Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
จีนศึกษา
  CHINESE TEXT PROJECT
  STANDARD CHINESE
  เส้นสายลายอักษร
  ลัทธิเต๋า
  รวมเรื่องจีนศึกษา-China Knowledge
  วัฒนธรรมศึกษาจากเว็บต่างๆ
  วัฒนธรรมศึกษาจากภาพ
  พระบรมฉายาลักษณ์ของฮ่องเต้
  มังกรจีนสมัยโบราณ
  มังกรจีนศึกษา
  เลือกเพศให้ลูก
  จีนโบราณจาก บริทิชมิวเซียม
  การเดินทางไกลของเหมาเจ๋อตุง
  จีนในปัจจุบัน
แซ่สกุล
  แซ่ตระกูลที่ใช้กันมาก
  ข้อมูลตระกูลแซ่ต่างๆ
  ประวัติบางแซ่สกุล
  200 แซ่สกุลที่ใช้มาก
  ตระกูลแซ่หลิน
มหาวิทยาลัยชั้นนำ
  BEIJING UNIVERCITY
  Shanghai Jiao Tong University
  Tsinghua University
  Xi'an Jiaotong University
  The Chinese University of Hong Kong
  The University of Hong Kong
  The Hong Kong University of Science and Technology
  Southeast University
  East China Normal University
  Tongji University
  Huazhong University of Science and Technology
  The Hong Kong Polytechnic University
  Tianjin University
  City University of Hong Kong
  Harbin Institute of Technology
  Wuhan University
  China Agricultural University
  Renmin University of China
  Xiamen University
  Fudan University
  Hong Kong Baptist University
  Shandong University
  Nanjing University
  University of Science and Technology of China
  Zhe Jiang University
พิพิธภัณฑ์และหอสมุด
  NATIONAL LIBRARY OF CHINA
  CHINA'S MUSEUMS
  GREAT WALL OF CHINA
  SACRED MOUNTAINS OF CHINA
หนังสือพิมพ์
  Xinhua
  People's Daily
  China Daily
  China News
  China .com.cn
  China Youth Daily
เจ - มังสวิรัติ - VEGETARIAN
  เจ-อิ่มบุญ
  พลังบุญ
  เมนูอาหารเจ
  เจทิพย์
  อาหารมังสวิรัติ
  International Vegetarian Union (IVU)
  The Veggie Hub
  Vegetarianism
  A Guide to Vetetarian
  simple-veganista.com/all-recipes
เว็บเครือสมบูรณ์
  ตระกูลแซ่หลิน
  ภูเก็ตสารสนเทศ
  สมบูรณ์แก่นโน้ต

วัดเส้าหลิน 少林寺

 

 

              วัดเส้าหลิน    少林寺 ตั้งอยู่ที่ภูเขาซ่งซาน เมืองเติงเฟิง มณฑลเหอหนาน คำว่า เส้า คือ ภูเขา เส้าซื่อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพืดเขาซ่งซาน  ส่วน คำว่า หลิน หมายถึง ป่า ดังนั้นวัดเส้าหลิน จึงหมายถึงวัดป่าแห่งภูเขาเส้าซื่อ วัดตั้งอยู่ตรงส่วนทิศเหนือของภูเขาเส้าซื่อ และอยู่ทางยอดทิศตะวันตกของภูเขาซ่งซาน

        วัดเส้าหลินเริ่มก่อสร้างตั้งแต่สมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ พ.ศ. ๙๒๘ – ๑๐๗๗ ในรัชสมัยฮ่องเต้เซี่ยวเหวินตี้ ( เอวี๋ยนหง ) ในปีรัชกาลไท่เหอที่ ๑ พ.ศ. ๑๐๒๐ และปีไท่เหอที่ ๑๙ พ.ศ. ๑๐๓๘ ซึ่งตั้งเมืองหลวงอยู่ที่ลั่วหยาง เดิมนับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาทต่อมาเปลี่ยนเป็นมหายาน เจ้าอาวาสรูปแรกคือ พระภัทระ ชาวอินเดียซึ่งเดินทางไปจีนเมื่อพ.ศ. ๑๐๐๗

        ใน ปีพ.ศ. ๑๐๗๐ พระตักม้อหรือพระโพธิธรรมชาวอินเดียได้เดินทางเข้าจีนและเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ราชวงศ์เหลียงที่เมืองนานกิงคือฮ่องเต้เหลียงอู่ตี้ ( เซียวเอวี่ยน ) ต่อมาท่านเดินทางไปวัดเส้าหลิน จำพรรษาอยู่ที่นี่ถึง ๙ ปีจนสำเร็จมรรคผล เป็นบ่อเกิดของลัทธิฌานหรือเซ็น ต่างถือกันว่าท่านเป็นสังฆนายกองค์แรกของจีน ใน ปีพ.ศ. ๑๑๑๗ ฮ่องเต้เซวียนตี้ ( เฉินซิ่ว ) แห่งราชวงศ์เฉินไม่ทรงโปรดพุทธศาสนา วัดเส้าหลินจึงถูกทำลายลงสิ้น แต่ต่อมาก่อสร้างใหม่ในสมัยราชวงศ์โจวเหนือ ด้วยฮ่องเต้จิงเหวินทรงสนับสนุนพุทธศาสนา

       ใน ปีพ.ศ. ๑๑๖๔ แห่งราชวงศ์ถัง หลี่ซื่อหมินโอรสฮ่องเต้ถังไท่จู่ ขณะที่ยังดำรงพระยศเป็นอ๋อง ได้มีพระสงฆ์วัดเส้าหลินจำนวน ๑๓ รูป เข้าทำลายฝ่ายหวางซื่อกง หลี่ซื่อหมินจึงพระราชทานเป็นบำเหน็จให้แก่วัด หลังจากที่หลี่ซื่อหมินเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ถังไท่จงแล้ว ได้พระราชทานนามวัดใหม่และให้เป็นใหญ่กว่าวัดทั้งปวง หลังจากนั้นพระวัดเส้าหลินต่างฝึกวิทยายุทธอย่างขนานใหญ่จนมีชื่อเสียงไป ทั่ว มีทหารพระกว่าพันรูป ในช่วงนั้นได้มีก๊กต่างๆหลายก๊ก ถูกทำลายจนเหลือก๊กเดียวคือผู้ก่อตั้งราชวงศ์ถัง มีนักรบหลายคนหลายสถานที่จากก๊กต่างๆที่ต่างหลีกหนีเข้าไปบวชอยู่ที่วัดนี้ ดังนั้นจึงเป็นที่รวมของเหล่าผู้กล้าที่มีวิทยายุทธแตกต่างกัน ได้สั่งสอนศิษย์พระให้มีวิทยายุทธกล้าแกร่ง จึงไม่ใช่รูปแบบการต่อสู้ของท่านตักม้อที่กล่าวกัน เพราะวิทยายุทธเหล่านั้นมีมานานก่อนท่านตักม้อเข้าประเทศจีน วัดเส้าหลินได้เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงสมัยราชวงศ์หมิง

        เมื่อราชวงศ์ชิงเถลิงอำนาจ ในปีพ.ศ. ๒๑๘๗ ทางวัดถูกอ้างว่าสนับสนุนราชวงศ์หมิงดังมีคำขวัญว่า “ทำลายชิง ฟิ้นฟูหมิง”  ซึ่ง ชาวจีนทั่วประเทศทำการต่อต้าน มิใช่แต่พระวัดเส้าหลินเท่านั้น แต่ส่วนหนึ่งก็ไปลงที่วัดเส้าหลินหนักที่สุด การทำลายครั้งนี้ทำให้เกิดศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแพร่หลายไปทั่วประเทศ โดยมีพระสงฆ์ ๕ รูป คือ พระหงอมุ่ย พระจีซินซิมซี พระฟุงโตตุ๊ก พระมิวฮินและพระปักเม่ยเป็นผู้นำ ซึ่งปรากฏชื่ออยู่ในตำนานกังฟู ทางการจีนโดยราชวงศ์ชิง จึงทำการกวาดล้างเผาวัด ทำให้เกิดวัดเส้าหลินที่มณฑลฝูเจี้ยนขึ้นซึ่งเลียนแบบวัดเส้าหลินทุกประการ ศิลปะการต่อสู้จึงแพร่หลายไปญี่ปุ่นเป็น คาราเต้ แต่ต่อมาฮ่องเต้คังซี แห่งราชวงศ์ชิง ครองราชย์ระหว่างพ.ศ. ๒๒๐๕ – ๒๒๖๕ ทรงให้การสนับสนุนวัดเส้าหลิน โปรดฯให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ จะเห็นศิลาจารึกตลอดจนป้ายอักษรแมนจูและอักษรจีนอยู่ในป้ายเดียวกันแขวนอยู่ หน้าอาคารศาลา

        ในปีพ.ศ. ๒๔๗๑ วัดเส้าหลินถูกเผาโดยนายทหารชื่อ ซื่อโหยวซาน ไฟเผากุฏิอาคารศาลาต่างๆในวัดถึง ๔๐ วัน และกว่า ๙๐ % ที่ถูกทำลายไป รวมทั้งพระคัมภีร์ในหอสมุดวัดด้วย  ในปีพ.ศ. ๒๕๐๙ เกิดยุคปฏิวัติวัฒนธรรม พวกเยาวชนเรดการ์ ดบุกเข้าทำลายวัด แต่มีพระสงฆ์ ๕ รูปตั้งป้อมสู้ ในที่สุดถูกจับได้ พวกทหารเยาวชนมัดแห่ไปรอบเมืองจนถูกขว้างปาด้วยสิ่งของแล้วเอาไปขังคุก ทางรัฐบาลจีนจึงเข้าไปรื้อข้าวของโยนทิ้งออกนอกกำแพงวัด ทำลายทุบทิ้ง จนทำให้วัดเส้าหลินร้างไปหลายปี ดีที่พวกเขาไม่ได้ไปขุดทำลายเจดีย์สุสานที่บรรจุศพพระสงฆ์กว่า ๒๓๐ สถูป จึงเห็นที่เก่าแก่จริงๆก็แค่ที่สุสานนั่นเอง ส่วนหลักศิลาจารึกของฮ่องเต้หลายรัชกาลก็ยังคงอยู่ที่เดิม ต่อ มาศิษย์วัดเส้าหลินที่กระจายอยู่ต่างประเทศ ได้รวบรวมเงินเป็นจำนวนมาก ขอทางการจีนเข้าไปบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ แต่ศิลปะการต่อสู้แบบกังฟู ทางการจีนไม่อนุญาตให้มีในวัด จนถึง พ.ศ. ๒๕๔๒ พระซื่อหย่งซิน เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ ๑๓ ได้พัฒนาวัดเส้าหลิน โดยเน้นการนั่งวิปัสสนาธุระและการสวดมนต์แทน

        อย่าง ไรก็ตาม ชาวเมืองต่างพยายามสร้างโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ขึ้นใกล้วัดเส้าหลิน ในระยะแรกทางรัฐบาลไม่อนุญาต ต่อมาจึงเปิดไฟเขียวให้สร้างได้ ทำให้เกิดโรงเรียนสอนกังฟูขึ้นเป็นจำนวนมากตลอดสองข้างทางไปวัดเส้าหลิน บริเวณรอบๆภูเขาเส้าซื่อ กว่า ๘๐ แห่ง โดยรับนักเรียนตั้งแต่อายุ ๕ ขวบขึ้นไป

        วัด เส้าหลินจึงเป็นวัดที่แข็งแกร่งมีประวัติที่โลดโผนยากที่จะมีวัดใดเสมอ เหมือน วัดเส้าหลินในปัจจุบันจึงมีคนนิยมไปทัศนศึกษาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมากทุกปี

 

           :    สมบูรณ์ แก่นตะเคียน   ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๑

 

Title    :   Shao Lin Si, Dengfeng, Henan.

 

           :   Somboon Kantakian

 

Credits :   Somboon Kantakian    24/05/2004

       

 ภาพประกอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

******** 

 

                               

                

 

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน