Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
จีนศึกษา
  CHINESE TEXT PROJECT
  STANDARD CHINESE
  เส้นสายลายอักษร
  ลัทธิเต๋า
  รวมเรื่องจีนศึกษา-China Knowledge
  วัฒนธรรมศึกษาจากเว็บต่างๆ
  วัฒนธรรมศึกษาจากภาพ
  พระบรมฉายาลักษณ์ของฮ่องเต้
  มังกรจีนสมัยโบราณ
  มังกรจีนศึกษา
  เลือกเพศให้ลูก
  จีนโบราณจาก บริทิชมิวเซียม
  การเดินทางไกลของเหมาเจ๋อตุง
  จีนในปัจจุบัน
แซ่สกุล
  แซ่ตระกูลที่ใช้กันมาก
  ข้อมูลตระกูลแซ่ต่างๆ
  ประวัติบางแซ่สกุล
  200 แซ่สกุลที่ใช้มาก
  ตระกูลแซ่หลิน
มหาวิทยาลัยชั้นนำ
  BEIJING UNIVERCITY
  Shanghai Jiao Tong University
  Tsinghua University
  Xi'an Jiaotong University
  The Chinese University of Hong Kong
  The University of Hong Kong
  The Hong Kong University of Science and Technology
  Southeast University
  East China Normal University
  Tongji University
  Huazhong University of Science and Technology
  The Hong Kong Polytechnic University
  Tianjin University
  City University of Hong Kong
  Harbin Institute of Technology
  Wuhan University
  China Agricultural University
  Renmin University of China
  Xiamen University
  Fudan University
  Hong Kong Baptist University
  Shandong University
  Nanjing University
  University of Science and Technology of China
  Zhe Jiang University
พิพิธภัณฑ์และหอสมุด
  NATIONAL LIBRARY OF CHINA
  CHINA'S MUSEUMS
  GREAT WALL OF CHINA
  SACRED MOUNTAINS OF CHINA
สไลด์ภาพบางมุมจากจีน
  วัดหลิงกู่ นานกิง
  วัดหลิงซาน อู๋ซี
  วัดจี้กง (วัดจิ้งฉือ) เมืองหางโจว
  พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง
  สวนอวี้หยวน เซี่ยงไฮ้
  พิพิธภัณฑ์ทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ที่เมืองซีอาน
  อนุสรณ์สถาน ดร.ซุนยัดเซ็น เมืองนานกิง
  อนุสรณ์สถานต้นตระกูลแซ่หลิน
หนังสือพิมพ์
  Xinhua
  People's Daily
  China Daily
  China News
  China .com.cn
  China Youth Daily
สไลด์การแห่เทศกาลกินผักที่ภูเก็ต
  ศาลเจ้ากะทู้ 2550
  ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย 2550
  ศาลเจ้าบางเหนียว 2550
เจ - มังสวิรัติ - VEGETARIAN
  simple-veganista.com/all-recipes
  เจ-อิ่มบุญ
  เมนูอาหารเจ
  เจทิพย์
  อาหารมังสวิรัติ
  International Vegetarian Union (IVU)
  The Veggie Hub
  Vegetarianism
  A Guide to Vetetarian
เว็บเครือสมบูรณ์
  ตระกูลแซ่หลิน
  ภูเก็ตสารสนเทศ
  สมบูรณ์แก่นโน้ต

เมิ่งปั๋วเหนียงเหนียง

 

 

        เมิ่งปั๋วเหนียงเหนียง 孟婆 มีชื่อเรียกหลายชื่อ ตามภาษาท้องถิ่น เช่น เมิ่งปั๋วเนียวเหนียว หมี่หุงถัง มี่หลัวฝัว มองปั๋ว หุนเสียวเนียวเหนียว จูเซิงเหนียงเหนียง 注生娘娘 จู่แซ้เหนียวเหนียว จูแซม่า  เมิ่งปั๋วเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่มีพี่น้องด้วยกัน ๔ คน เป็นคนตระกูลแซ่เตียหรือแซ่จ้าว  พี่ชายชื่อเตียกงเบ๋ง หรือจ้าวกงหมิง หรือจ้าวเสียนกวน คนที่สองคือนางจ้าวเมิ่งปั๋วเหนียงเหนียง หรือเตียหุนเสียวหรือจูแซเหนียว คนที่สามชื่อ นางจ้าวผางเฉอเหนียงเหนียง หรือ เตียเพกเสียว คนสุดท้องชื่อนางจ้าวกงเต๋อเหนียงเหนียง หรือเตียเกงเสียว  ครอบครัวนี้มีชีวิตอยู่ในช่วงสมัยปลายราชวงศ์ซังประมาณสามพันปีมาแล้ว

        จ้าวกงหมิงบำเพ็ญพรตอยู่ที่ถ้ำหลัวฟูตง และได้สำเร็จฌานขั้นสูงไประดับหนึ่งแล้ว ส่วนสามสาวพี่น้องบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำบนเกาะซำเซียนซู และได้สำเร็จฌานชั้นสูงไปขั้นหนึ่งเช่นเดียวกัน  ทั้งสี่คนพี่น้องต่างพยายามที่จะให้สำเร็จฌานชั้นเซียนตามที่มุ่งหวังไว้

        ฝ่ายการเมืองในเมืองเฉาเกอ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของพระเจ้าซังโจ้วหวางหรือซังตี้ซิน แห่งราชวงศ์ซัง  ภายหลังจากที่ได้พระสนมคนใหม่คือ พระนางต๋าจี่ พระองค์ทรงหลงใหลในสุรานารี ไม่ทรงตั้งอยู่ในความยุติธรรม ถูกพระนางและพวกขุนนางกังฉินกราบทูลใส่ร้ายป้ายสี จนขุนนางผู้ใหญ่และราษฎรหลายคนต้องถูกลงโทษ และประหารชีวิตแบบโหดร้ายทารุณ  เช่น มัดคนโทษไว้กับเสาทองแดงแล้วจุดไฟ ผลักลงไปในบ่องูพิษ ผ่าท้องหญิงมีครรภ์เพื่อพนันกันว่าเด็กเป็นหญิงหรือชาย ฯลฯ เมื่อพระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงตั้งอยู่ในความยุติธรรม ประชาราษฎรต่างเดือดร้อนไปตามๆกัน พวกขุนนางต่างฉ้อราษฎร์บังหลวง ขุนนางที่ซื่อสัตย์ต่างพากันอพยพไปอยู่เมืองอื่น การทำมาหากินฝืดเคือง โจรผู้ร้ายชุกชุม ไหนจะต้องเกณฑ์คนหนุ่มออกไปรบอีก เมื่อหัวเมืองใหญ่ทั้งหลายต่างพากันแข็งเมือง 

        ทางเมืองเฉาเกอจึงส่งนายพลแม่ทัพใหญ่ คือ เหวินจ้งหรือบุนไท่สือเป็นแม่ทัพ ยกออกไปปราบหัวเมืองต่างๆหลายปีก็ยังไม่สงบ  ข้างเมืองซีกีซึ่งมีเหวินหวางเป็นเจ้าเมือง เมื่อเหวินหวางสิ้นพระชนม์ บุตรชายคือ จีฟาเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์โจว ทรงพระนามว่า พระเจ้าโจวอู่หวาง ก็เตรียมกองทัพฝึกปรือทหาร พัฒนาเศรษฐกิจ การเมืองให้มั่นคง โดยมีเจียงจื่อหยาหรือเจียงไท่กงเป็นอัครมหาเสนาบดีทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน

        พระเจ้าซังโจ้วหวางจึงทรงตั้งแม่ทัพออกไปปราบ ด้วยหาว่าเป็นกบฏ  การสู้รบได้ติดพันกันหลายปี แต่ยิ่งปราบ เมืองซีกีก็ยิ่งเข้มแข็ง มีขุนพลนายทหารที่เก่งกล้าสามารถจำนวนมากเข้าด้วย  จนเหวินจ้งต้องกลับมาปราบเมืองซีกีเอง จนแทบจะเสียการ  จึงไปขอร้องให้จ้าวกงหมิง ซึ่งเป็นเพื่อนกันให้มาช่วยปราบเมืองซีกี  จ้าวกงหมิงขัดใจเพื่อนไม่ได้จึงเดินทางมาสนามรบ เข้าสู้รบกับกองท้พเมืองซีกีได้ชัยชนะหลายครั้ง  ทำให้เจียงจื่อหยาวิตกกังวลมาก

        แต่จ้าวกงหมิงพลาดท่าทำให้อาวุธวิเศษของตนสองชิ้นคือ เชือกวิเศษและเทียนหอยคล้ายลูกระเบิด ถูกโจโปดูดเอาไปได้  ตนจึงจำใจต้องไปหาน้องสาวทั้งสามที่เกาะซำเซียน  เพื่อขอยืมอาวุธวิเศษมาใช้

        ข้างนางเมิ่งปั๋วจึงกล่าวเตือนพี่ชายว่า อาจารย์ได้สั่งไว้แล้วว่า อย่าได้ไปเกี่ยวข้องกับการสงครามเมืองเฉาเกอ เพราะเทพทั้งหลายต่างรู้กันทั่วว่า สงครามครั้งนี้มีชื่อใครบ้างที่จะต้องตาย รวม ๓๖๕ คน  ข้างพี่ชายอ้อนวอนอย่างไรพวกนางก็ไม่ยอมให้ยืม จ้าวกงหมิงจึงเดินทางกลับ บังเอิญพบเพื่อนหญิงคนหนึ่งได้เล่าให้ฟัง นางจึงชวนเขากลับไปอ้อนวอน  จนเมิ่งปั๋วใจอ่อนให้ยืมกรรไกรวิเศษไปชิ้นหนึ่งเมื่อโยนขึ้นไปบนอากาศจะกลายเป็นมังกรสองตัวไล่ฟาดมาดุจลมพัด  จ้าวกงหมิงได้ของวิเศษแล้วจึงกลับไปสนามรบ

        ฝ่ายเล็กอับปีศาจตะขาบ อาศัยอยู่แถบภูเขาคุนลุ้น เดินทางมาช่วยรบฝ่ายเมืองซีกี  ได้แนะนำให้เจียงจื่อหยาจัดการฆ่าจ้าวกงหมิงด้วยวิธีการประกอบพิธีผูกยนต์ใช้ดอกศรยิงธนูเข้าตัวหุ่นที่ตาซ้ายขวาและหัวใจจนจ้าวกง

หมิงตาย  ซินกงป้าจึงเอาข่าวนี้ไปแจ้งแก่พี่น้องทั้งสาม  ข้างนางผางเฉอและนางกงเต๋อโกรธมาก นางผางเฉอขึ้นขี่นกเงือก นางกงเต๋อขึ้นขี่นกการเวกบินไปยังสนามรบ  นางเมิ่งปั๋วเห็นดังนั้นคิดว่าปล่อยให้น้องไปครั้งนี้คงเกิดเรื่องแน่  นางจึงรีบออกมาจากถ้ำขึ้นขี่ไก่ฟ้าบินตามไป

        ด้านการทัพเมืองซีกี เจียงจื่อหยามอบตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ให้นักพรตชื่อเหยียนเตงโตหยินว่าการ  เมื่อนางทั้งสามไปถึงต่างทุ่มเถียงกันเรื่องจ้าวกงหมิง พี่ชายของตนที่ถูกทำด้วยคุณไสย จึงต้องตายแบบไม่ได้รบพุ่งกันอย่างสุจริต  ด้วยความแค้นโกรธพวกนางจึงเข้าสู้รบกัน  ข้างเมิ่งปั๋วสร้างค่ายกลขึ้น เรียกว่า  ค่ายกลหองโฮติ้น พร้อมกับบอกว่า ใครสามารถแก้กลได้ นางจะไม่สู้รบอีก และจะเป็นคนรับใช้เมืองซีกีตลอดไป แต่หลายคนไม่เชื่อนาง   เอียวเจี้ยนจึงเข้ารบกับนางกงเต๋อ นางเมิ่งปั๋วจึงเอาถังทองวิเศษโยนขึ้นไปตักเอาเอียวเจี้ยน แล้วนำไปทิ้งที่ค่ายกลหองโฮติ้น ข้างสามพี่น้องแซ่หลี่ คือหลี่โลเชีย หลี่กิมเชีย หลี่บกเชียเข้ารบกับพวกนาง ถูกถังทองของนางตัก ไปโยนทิ้งในค่ายกลสิ้น รวมทั้งนักพรตที่เข้าต่อกรกับนางถูกนางเอาถังทองวิเศษตักเอาไปโยนลงในค่ายกลสิ้นทุกคน คือ เซกเจงจู๊ กงเสงจู๊ กงฮวดเทียนจุน เผาเหียนจินหยิน ผังโตหยิน ไท่อิดจินหยิน เหลงโปไต้หวดสู กีลิวสุน อึ้งเหลงจินหยิน รวมทั้งหมด ๑๓ คนซึ่งเป็นนักพรตที่แก่กล้าและนักรบที่เก่ง แต่แพ้ถังทองของนางเมิ่งปั๋ว 

        ข้างนางเมิ่งปั๋วเห็นว่า ตนได้ขัดขืนคำสั่งของอาจารย์ได้กระทำเลยเถิดมาไกลแล้ว ก็ขอเลยตามเลย  ทั้งนี้เพราะความโกรธและความแค้น ที่พี่ชายถูกฆ่าตายโดยไม่สมเหตุสมผล

        ฝ่ายเมืองซีกี เทพเอวี๋ยนสื่อเทียนจวินขี่เกวียนเทียมกวางและเทพโลจู๊เทียนจวินขี่วัวเขียวลงมาช่วย เทพทั้งสองเข้ารบกับนางทั้งสาม โลจู๊เทียนจวินเอาเคียนคุนเต๋าผ้ายันต์วิเศษคลุมนางเมิ่งปั๋ว แล้วให้ลูกศิษย์เอาไปฝังไว้ที่ภูเขากิหลิน  แปะเฮาะท่องจื่อเอาหยกสามแง่ โยนไปถูกหน้าผากนางผางเฉอตาย เอวี๋ยนสื่อเทียนจวินทิ้งตลับวิเศษถูกนางกงเต๋อละลายเป็นเลือดไปสิ้น  ทุกคนที่ถูกขังในค่ายกลหองโฮติ้นก็ฟื้นขึ้น

        หลังจากสงครามสิ้นสุด พระเจ้าซังโจ้วหวางสิ้นพระชนม์ด้วยการเผาพระองค์ในตำหนัก  พระเจ้าโจวอู่หวางทรงบำเหน็จรางวัลแก่นายทหารและพลเรือน ถ้วนทุกคน  ส่วนผู้ที่มีรายชื่อตายอยู่ในเฟิงเสินเอี่ยนอี้ หรือเฟิงเสินปังหรือห้องสิน  พระองค์โปรดฯให้เจียงไท่กงประกอบพิธีเรียกดวงวิญญาณทั้ง ๓๖๕ ดวง มารับโทษและรางวัล  ผู้ใดที่เป็นฝ่ายพระเจ้าซังโจ้วหวาง ถือว่าเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อเจ้านาย ผู้ใดที่อยู่ฝ่ายพระเจ้าโจวอู่หวางถือว่า เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน

        แล้วเรียกดวงวิญญาณของสามพี่น้องมา  เจียงไท่กงจึงว่า นางทั้งสามได้รักษาศีลบำเพ็ญเพียรมาเป็นเวลาช้านาน  แต่ได้ละความดีเสีย มาเข้าด้วยกับพระเจ้าซังโจ้วหวางซึ่งเป็นฝ่ายผิด  ถึงนางทั้งสามตายไปแล้วก็ตามแต่ก็ยังไม่สิ้นโทษ  จึงให้นางทั้งสามไปทำหน้าที่เป็นผู้ปล่อยให้ดวงวิญญาณมนุษย์ในขุมนรก ขุมที่ ๑๐ ซึ่งมี จวงหลุนหวาง เป็นใหญ่อยู่ในขุมนี้ ผู้ที่หมดเวรกรรมไปช่วงหนึ่งให้ไปเกิดใหม่  แต่ก่อนที่จะปล่อยดวงวิญญาณเหล่านั้นออกไป  นางจะต้องสูบเอาความทรงจำเก่าทั้งหลาย ของแต่ละคนออกให้หมด ด้วยการใช้ถังทองของนาง  แล้วให้พวกเขาดึ่มน้ำชาวิเศษ  แล้วปล่อยเข้าไปในกงล้อชีวิตขนาดใหญ่ หมุนเอาดวงวิญญาณให้หลุดลอยไปเพื่อให้ไปถือกำเนิดใหม่ ตามเวรและกรรม ตามบุญและวาสนาของแต่ละคน ซึ่งไม่มีทางเท่ากันอยู่แล้ว  ต่างก็ต้องไปถือกำเนิดในครอบครัวที่ต่างกัน  เป็นกงเกวียนกำเกวียนเช่นนี้ตลอดไป แต่ถ้าผู้ใดยังไม่รู้สำนึกถึงความผิดแต่หนหลัง ก็จะไปเกิดเป็นหอยทากเที่ยวไต่ไปตามใบไม้ใบหญ้าจนสิ้นอายุขัย บางตำนานกล่าวว่า กงเกวียนนี้จะหมุนให้ดวงวิญญาณหลุดออกไปตามช่องบุญกุศลของแต่ละคนที่จะต้องไปเกิดใหม่ คือ ไปเกิดเป็น แมลง๑ เป็นสัตว์สี่เท้า๑ เป็นผู้รู้๑ เป็นราษฎรสามัญชน๑ เป็นสัตว์ปีก๑ และเป็นสัตว์น้ำ๑

        ด้วยเหตุที่เทพเจ้าเมิ่งปั๋ว มีความสัมพันธ์กับการถือกำเนิดของคน ดังนั้นคนในสมัยก่อนจึงให้ความเคารพท่าน เมื่อครอบครัวใด ภรรยากำลังตั้งครรภ์ สามีจึงชวนกันไปที่ศาลเจ้าเพื่อเซ่นไหว้ท่าน ขอให้ท่านช่วยให้ภรรยาคลอดง่ายและปลอดภัย  ส่วนสามีภรรยาคู่ใดที่แต่งงานกันมานาน ยังไม่มีบุตร หรือต้องการได้บุตรหญิงหรือชาย ต่างก็ไปขอบุตรจากท่าน  การขอบุตรหญิงหรือบุตรชาย มีเคล็ดอยู่ว่าให้นำดอกไม้ไปเสี่ยงทาย  ถ้าหากอยากได้บุตรชายก็จะนำเอาดอกไม้สีขาวซึ่งเป็นหยาง  ไปขอพรเพื่อให้ได้บุตรชาย ส่วนผู้ที่ต้องการบุตรหญิง ก็นำดอกไม้สีแดงซึ่งเป็นหยินไปบูชา เพื่อขอบุตรหญิง

        เมื่อคลอดบุตรตั้งแต่วันแรก ต่างก็ขอให้เทพเจ้าเมิ่งปั๋วเหนียงเหนียงช่วยส่งผู้ช่วยของท่าน ซึ่งก็คือ เทพผางเฉอเหนียงและเทพกงเต๋อเหนียง ผู้เป็นน้องสาวทั้งสององค์ ให้มาปกปักรักษาดูแลความเจริญเติบโตของเด็ก ลักษณะเหมือนเป็นแม่ซื้อ  จนเด็กอายุได้ถึง ๑๒ ขวบ แต่บางตำนานว่า ๑๔ ขวบ  แต่บางตำนานว่า ผู้ช่วยชื่อ หัวกงหัวปั๋ว

        วันสำคัญหรือวันแซยิดของเมิ่งปั๋วเหนียงเหนียง คือวันที่ ๒๐ ค่ำ เดือน ๓

 

 

               :   สมบูรณ์ แก่นตะเคียน   ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๑

 

Title        :   Meng Po Niang Niang

 

               :   Somboon Kantakian

 

Credits   :   Pat Keawdome   พัฒน์ แก้วดำ

       

       

 

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน