Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
จีนศึกษา
  CHINESE TEXT PROJECT
  STANDARD CHINESE
  เส้นสายลายอักษร
  ลัทธิเต๋า
  รวมเรื่องจีนศึกษา-China Knowledge
  วัฒนธรรมศึกษาจากเว็บต่างๆ
  วัฒนธรรมศึกษาจากภาพ
  พระบรมฉายาลักษณ์ของฮ่องเต้
  มังกรจีนสมัยโบราณ
  มังกรจีนศึกษา
  เลือกเพศให้ลูก
  จีนโบราณจาก บริทิชมิวเซียม
  การเดินทางไกลของเหมาเจ๋อตุง
  จีนในปัจจุบัน
แซ่สกุล
  แซ่ตระกูลที่ใช้กันมาก
  ข้อมูลตระกูลแซ่ต่างๆ
  ประวัติบางแซ่สกุล
  200 แซ่สกุลที่ใช้มาก
  ตระกูลแซ่หลิน
มหาวิทยาลัยชั้นนำ
  BEIJING UNIVERCITY
  Shanghai Jiao Tong University
  Tsinghua University
  Xi'an Jiaotong University
  The Chinese University of Hong Kong
  The University of Hong Kong
  The Hong Kong University of Science and Technology
  Southeast University
  East China Normal University
  Tongji University
  Huazhong University of Science and Technology
  The Hong Kong Polytechnic University
  Tianjin University
  City University of Hong Kong
  Harbin Institute of Technology
  Wuhan University
  China Agricultural University
  Renmin University of China
  Xiamen University
  Fudan University
  Hong Kong Baptist University
  Shandong University
  Nanjing University
  University of Science and Technology of China
  Zhe Jiang University
พิพิธภัณฑ์และหอสมุด
  NATIONAL LIBRARY OF CHINA
  CHINA'S MUSEUMS
  GREAT WALL OF CHINA
  SACRED MOUNTAINS OF CHINA
สไลด์ภาพบางมุมจากจีน
  วัดหลิงกู่ นานกิง
  วัดหลิงซาน อู๋ซี
  วัดจี้กง (วัดจิ้งฉือ) เมืองหางโจว
  พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง
  สวนอวี้หยวน เซี่ยงไฮ้
  พิพิธภัณฑ์ทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ที่เมืองซีอาน
  อนุสรณ์สถาน ดร.ซุนยัดเซ็น เมืองนานกิง
  อนุสรณ์สถานต้นตระกูลแซ่หลิน
หนังสือพิมพ์
  Xinhua
  People's Daily
  China Daily
  China News
  China .com.cn
  China Youth Daily
สไลด์การแห่เทศกาลกินผักที่ภูเก็ต
  ศาลเจ้ากะทู้ 2550
  ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย 2550
  ศาลเจ้าบางเหนียว 2550
เจ - มังสวิรัติ - VEGETARIAN
  simple-veganista.com/all-recipes
  เจ-อิ่มบุญ
  เมนูอาหารเจ
  เจทิพย์
  อาหารมังสวิรัติ
  International Vegetarian Union (IVU)
  The Veggie Hub
  Vegetarianism
  A Guide to Vetetarian
เว็บเครือสมบูรณ์
  ตระกูลแซ่หลิน
  ภูเก็ตสารสนเทศ
  สมบูรณ์แก่นโน้ต

เจ่งอ๋อง

 

 

 

        เทพเจ้าเจ่งอ๋อง หรือ เจ่งฉิ้วกง หรือ เจ่งสู่กง หรือ ม้าบู๊อ๋อง หรือ หม่าอู่หวาง 馬武王 หรือ ไต้อ๋องสิบ หรือ แช้หลิมซัวอ๋อง หรือ ลิ่วหลินซานหวาง  หรือ ไต้อ๋องแห่งป่าเขาเขียว  ซึ่งแล้วแต่ว่าท่านได้สถิตอยู่ที่ใดในขณะนั้น

        หม่าอู่  馬武  พื้นเพเดิมเป็นคนอยู่แขวงเมืองหนำเอี๋ยง เป็นคนตระกูลแซ่หม่า หรือ เบ๊ หรือ แบ๊ ชื่อ อู่ หรือ บู๊  นามบิดามารดามิได้ปรากฏ  มีชีวิตอยู่ในช่วงราชวงศ์ฮั่น เข้าใจว่าน่าจะถือกำเนิดในช่วงสมัยฮ่องเต้ไอตี้  (หลิวซิน) ก่อน ค.ศ. ๖ –  แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก  โดยวิเคราะห์จากอายุของหลิวซิ่ว       ที่สมัครเข้าแข่งขันการประลองฝีมือเพื่อสอบจอหงวนฝ่ายบู๊ ซึ่งขณะนั้นเขาอายุ ๒๑ ปี และถือกำเนิดเมื่อ ก่อน ค.ศ. ๑ หม่าอู่จึงน่าจะถือกำเนิดระหว่างก่อน ค.ศ.  – ซึ่งมีอายุระหว่าง ๒๒ – ๒๗ ปี 

        หม่าอู่มีรูปร่างกำยำสูงใหญ่  สูงหกศอกคืบแปดนิ้ว  ใบหน้าสีเขียวเหมือนปูทะเลสด (ปูดำ)  หนวดเคราสีทองแดงและแข็ง มีความรู้ความสามารถทั้งฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋น  เป็นผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด แคล่วคล่องว่องไว  อาวุธประจำกายคือ ง้าว

        ประเทศจีนในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก  เมื่อ ฮั่นเกาจู่(หลิวปัง)เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์ ตั้งแต่ก่อน ค.ศ. ๒๐๒ – ๑๙๕  ล่วงมาจนถึงรัชสมัยฮ่องเต้ฮั่นหรูจื่ออิงองค์ที่ ๑๒ ค.ศ. ๖ –  ราชวงศ์ฮั่นตะวันตกก็ล่มสลาย  ด้วยน้ำมือของขุนนางผู้ใหญ่คือ หวางหมั่ง 王莽 ลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ แล้วตั้งตนเป็นฮ่องเต้ซินหวางหมั่ง ขึ้นครองราชย์เมื่อ ค.ศ. ๙  ที่เมืองฉางอาน  พร้อมกับทำการกวาดล้างราชสกุลแซ่หลิวและพวกที่ไม่เห็นด้วยฆ่าตายไปกว่าพันคน  แล้วแต่งตั้งพรรคพวกของตนให้ได้รับยศฐาบรรดาศักดิ์กันถ้วนหน้า  พวกที่หนีภัยต่างแปลงแซ่เปลี่ยนชื่อกันหมด  แล้วอพยพเข้าป่า

        จนถึง ค.ศ. ๑๗  เกิดเหตุเภทภัย  ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล  ราษฎรเกิดยากจน  โจรผู้ร้ายชุกชุม พวกขุนนางท้องถิ่นต่างฉ้อราษฎร์บังหลวง หัวเมืองต่างตั้งตนเป็นอิสระ พวกโจรต่างตั้งป้อมค่ายส้องสุมผู้คนตั้งตนเป็น อ๋อง ปกครองกันเอง แล้วยกไปตีเมืองใหญ่ขยายอาณาเขต ชาวนาต่างเดือดร้อนกันมาก จึงก่อหวอดขึ้นแถบมณฑลหูเป่ย หูหนาน และเหอหนานทางตอนใต้

        กลุ่มต่างๆที่สำคัญได้แก่

๑.   กั๋วเทียนอี้ 瓜田儀  ตั้งป้อมค่ายอยู่ที่เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู

๒.   แม่หลิ่ว  บุตรชายถูกฆ่าตายโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม นางจึงรวมพรรคพวกออกทะเลเป็นโจรสลัด ต่อมาย้ายเข้าแผ่นดิน

๓.   จางป่า  張霸  ตั้งป้อมค่ายที่เมืองจิงโจว มณฑลหูเป่ย

๔.   เจียงมู่ 羊牧   ตั้งป้อมค่ายแถบเมืองเสี้ยวกาน  หูเป่ย

๕.   เตียวจื่อตู้  刁子都   ตั้งป้อมค่ายอยู่แถบซานตงและตอนเหนือเขตเจียงซู

๖.   กลุ่มลิ่วหลินซาน 綠林兵 ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญที่สุด ปัจจุบันคืออี้ฉาง หูเป่ย  มีผู้นำที่สำคัญคือ หวางกวง 王匡 (ชัง)และหวางเฟิง  王鳳  (หวง) มาจากเมืองซินซื่อ หรือ จิงเหมิน หูเป่ยหรือเรียกกลุ่มนี้ว่า ซินซื่อ

๗.   ชื่อเหมย 赤眉 เป็นกลุ่มสำคัญอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกตนเองว่า คิ้วแดง (บางตำนานว่าคิ้วเหลือง)ด้วยการนำสีแดงมาป้ายคิ้ว  นำโดยฟานชง 樊崇  เคลื่อนไหวแถบภาคใต้ของซานตงและเขตเหนือของเจียงซู

          ส่วนหลิวซิ่วไปตั้งตนที่ตำบลแปะจุยฉิง  ข้างหม่าอู่ไปตั้งป้อมค่ายเขตเมืองซินซี  บริเวณภูเขาลิ่วหลินกับกลุ่มลิ่วหลินซาน 綠林兵 หรือป่าเขาเขียว  ณ บริเวณภูเขาแถบนี้มีสมัครพรรคพวกอยู่ ๑๐ กลุ่ม เรียกว่า สิบอ๋อง  แต่ละอ๋องมีทหาร แปดพันถึงเก้าพันคน  ส่วนหม่าอู่มีกว่าหมื่นคน  อ๋องทั้งสิบคือ  จูอิวอ๋อง  เซียงอ๋อง อู่หวงอ๋อง  เลียวเจงอ๋อง       ตันบุนอ๋อง  โจวชวงอ๋อง  อ๋องชังอ๋อง  อ๋องหวงอ๋อง  อ๋องเสียงอ๋อง  และหม่าอู่อ๋อง รวมพลกว่าแสนคน        

        ฮ่องเต้หวางหมั่งจึงประกาศรับสมัครชายหนุ่ม ที่มีความรู้ความสามารถในการใช้อาวุธ  มาประลองฝีมือกันประมาณ ค.ศ. ๒๐  เพื่อแต่งตั้งให้เป็นนายทหาร

        ฝ่ายหลิวซิ่ว เชื้อพระวงศ์ได้เปลี่ยนชื่อแซ่เช่นคนอื่น  คือครั้งแรกใช้แซ่จิน ต่อมาเปลี่ยนเป็น กวงอู่  ได้เข้าไปสมัครด้วย แต่ความในใจยังมีจึงฉวยได้เกาทัณฑ์เล็งไปที่ฮ่องเต้จนเกาทัณฑ์หัก ฮ่องเต้จึงไล่เขาออกจากสนาม หม่าอู่ก็สมัครประลองอาวุธเช่นเดียวกัน

        ภายในสนามประลองยุทธ มีฮ่องเต้หวางหมั่งเป็นประธานการคัดเลือกคน  ฝ่ายงิมเหงผู้มีใบหน้าขาวเป็นมันเรื่อเหมือนแก้ว ดวงตาทั้งสองสุกสดใสดั่งดวงดาว รูปหล่อร่างงามสง่าเมื่ออยู่ในสนามประลอง ยิงเกาทัณฑ์ถูกกลางวงกลมสีดำทั้งสามดอก  เป็นที่พอพระทัยฮ่องเต้หวางหมั่งเป็นอันมาก จึงทรงแต่งตั้งให้งิมเหงเป็นจอหงวนทันที  ฝ่ายหม่าอู่เห็นว่า ฮ่องเต้ยังมิได้เรียกตนเข้าประลองฝีมือทั้งๆที่รออยู่  จึงกราบทูลถาม  ฮ่องเต้จึงทรงให้ประลองฝีมือการยิงเกาทัณฑ์ก็ได้เช่นเดียวกับงิมเหง ตนจึงขอประลองอาวุธอื่นกับงิมเหง  หลังจากที่ทั้งสองได้ประลองอาวุธต่างๆแล้วฝีมือเท่ากัน ฮ่องเต้ให้หยุดการประลองและยังทรงยืนยันที่จะตั้งงิมเหงเป็นจอหงวน

        ข้างหม่าอู่ถามเหตุผล ฮ่องเต้ทรงตอบว่า  ฝีมือทั้งคู่เท่าๆกัน แต่หม่าอู่หน้าตาสู้งิมเหงไม่ได้  หม่าอู่โกรธมากที่ฮ่องเต้เลือกเอาหน้าตามากกว่าความสามารถ  จึงออกจากสนามประลอง  แล้วเขียนคำด่าติดไว้ที่กำแพงเมืองบอกชื่อตนเองด้วย  เมื่อหม่าอู่พบกับกวงอู่หรือหลิวซิ่วจึงนัดแนะกันที่จะกอบกู้แผ่นดิน  ต่างก็กลับไปยังป้อมค่ายของตน

        ในปี ค.ศ. ๒๑  รัฐบาลมณฑลจึงส่งกองทัพไปปราบกลุ่มป้อมค่ายลิ่วหลิน  โดยยกพลไปกว่าสองหมื่นคน เข้าโจมตีที่ตำบลเนินอวิ๋นตู้  ผลปรากฏว่าทหารฝ่ายรัฐบาลล้มตายเป็นจำนวนมาก กวงอู่เข้ามารวมอยู่ในกลุ่มลิ่วหลินด้วย หม่าอู่อ๋องรวบรวมพลพรรคของตนได้กว่าห้าหมื่นคน รวมทั้งเสบียงอาหาร แต่โชคร้ายเมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นที่ป้อมค่ายลิ่วหลิน ในปี ค.ศ. ๒๒ ทำให้เสียรี้พลไปกว่าสองหมื่นห้าพันคน ในปีเดียวกันนี้ หลิวฉวน เชื้อพระวงศ์ราชวงศ์ฮั่นได้หนีภัยมาอยู่แถบตำบลฉองหลิง คือเซียงฟานในหูเป่ยปัจจุบัน ซึ่งเป็นญาติกับกวงอู่  ได้รวบรวมพลจำนวนมากและให้ความร่วมมือกับกลุ่มซินซื่อและกลุ่มผิงหลิน  กองทัพของเขาได้ปะทะกับกองทัพของรัฐบาล  เขาได้อาวุธและอาหารจำนวนมาก

         ในปี ค.ศ. ๒๓  หัวหน้าป้อมค่ายลิ่วหลินได้ขยายอาณาเขตออกไปกว้างขวาง สร้างเป็นอาณาจักร สร้างระบบการปกครองขึ้น  พร้อมกับแต่งตั้งผู้ก่อการเป็นนายพล  และประกาศเป็นศัตรูกับฮ่องเต้หวางหมั่ง  บรรดานายพลต้องการให้กวงอู่เป็นฮ่องเต้ แต่เขาไม่ยอมเป็น  จึงให้หลิวฉวนซึ่งเป็นนายพลเกิงสื่อ  เป็นฮ่องเต้ฮั่นเกิงสื่อตี้ ใช้ปีรัชกาลว่า เกิงสื่อ 

         

         ฝ่ายเมืองหลวงได้ให้โซงวนโซยเป็นแม่ทัพด้วยกำลังพล ๔๓๐,๐๐๐ คน มีงิมเหงเป็นทัพหน้ายกไปปราบป้อมลิ่วหลิน  ข้างกวงอู่จึงจัดทัพให้หม่าอู่เป็นทัพหน้า  ทั้งสองทัพเข้ารบกัน กองทัพเมืองหลวงแพ้ งิมเหงยกครอบครัวหนีไปเมืองซินเอี๋ย  แต่ในที่สุดงิมเหงยอมเข้ากับกองทัพกวงอู่ด้วยกลัวครอบครัวจะถูกฆ่า  กวงอู่มีนายพลทหารที่มีฝีมือ ๔ คน คือ หม่าอู่๑ โตเหมา๑ เอียวกี๋๑ และงิมเหง๑ จึงวางแผนให้นายพลทั้งสี่ไปตีเมืองสี่เมืองใครตีได้ก่อนจะตั้งให้เป็นแม่ทัพ  งิมเหงตีได้ก่อน ส่วนหม่าอู่ไปตีเมืองบู๊เอี๋ยง เจ้าเมืองคือ ปังอี้ทำอาถรรพ์ไว้หน้าเมือง  ถ้าข้าศึกเหยียบอาถรรพ์เกิดลมพายุใหญ่ถูกล้อมด้วยทหาร  กวงอู่ยกทัพไปช่วย แต่ความจริงปังอี้เป็นลูกน้องของกวงอู่  ที่ทำดังนี้เพื่อฝึกความชำนาญในการทัพ  แต่หม่าอู่ไม่ทราบความคิดของกวงอู่ 

        กวงอู่เห็นว่าเมืองยงเฉียนเล็ก          จึงย้ายไปอยู่เมืองคุนเอี๋ยง    ซึ่งมีกำแพงเมืองและอาหารบริบูรณ์  ฮ่องเต้หวางหมั่งจึงให้อองสิมเป็นแม่ทัพยกไปตีเมืองคุนเอี๋ยง  ด้วยกองทัพหนึ่งแสนคนเข้าล้อมเมืองไว้ ทางเมืองคุนเอี๋ยงจึงขอกองทัพเมืองใกล้เคียงมาช่วย  กองทัพเมืองหลวงพ่ายแพ้

        กวงอู่ยกทัพไปตีเมืองหลวงฉางอาน  ให้งิมเหงกับเอียวกี๋เป็นทัพหน้า ให้หม่าอู่เป็นปีกขวา  โตเหมาเป็นปีกซ้าย เตงอูเป็นกองกลาง  ทั้งหมดมีกำลังพลล้านเศษ 

        ฮ่องเต้ยกทัพออกไปต้าน  หม่าอู่เข้ารบกับนีถองไม่แพ้ชนะกัน ฮ่องเต้ให้นายทหารออกไปช่วยรบ  แต่แพ้หนีเข้าเมือง  ฝ่ายในเมืองหลวงโตเอี๋ยงเปิดประตูเมือง   กองทัพหน้ากวงอู่เข้าเมืองได้  จับพวกแซ่หวางเชื้อพระวงศ์หวางหมั่งฆ่าตายสิ้น  แล้วจับฮ่องเต้หวางหมั่งออกไปมัดไว้กลางเมืองประชาทัณฑ์

        กวงอู่เชิญฮ่องเต้ฮั่นเกิงสื่อตี้ เข้าเมือง เมื่อ ค.ศ. ๒๔ พวกขุนนางเก่าที่เคยเป็นอ๋องในกลุ่มสิบอ๋องรวมแปดคนที่รับราชการกับฮ่องเต้ฮั่นเกิงสื่อตี้เข้าเมืองด้วย  ซึ่งแปดคนนี้ไม่ถูกกับกวงอู่กลัวกวงอู่จับฆ่า  จึงวางแผนยุยงให้ฮ่องเต้แต่งตั้งให้นายทหารที่เก่งกล้าของกวงอู่ออกไปเป็นข้าหลวงหัวเมือง

        หม่าอู่ต้องไปเป็นข้าหลวงเมืองจิ๋น ส่วนอ๋องเสียงไปเป็นข้าหลวงเมืองเตียว  แต่ตนพยายามติดตามความเคลื่อนไหวในเมืองหลวงตลอดเวลา  แล้วรับสั่งให้กวงอู่ไปปราบโจรภาคเหนือ  กวงอู่จึงจำเป็นต้องขอกองทัพจากเมืองต่างๆไปช่วย ข้างพวกขุนนางเมืองหลวงกราบทูลว่ากวงอู่สร้างสมผู้คนเพื่อกบฏ  จึงแกล้งส่งสุรายาพิษไปให้กวงอู่โดยอ้างรับสั่งฮ่องเต้  แต่เอียวกี๋ช่วยไว้และฆ่าคนเอาสุราไปด้วย  ข้างพวกขุนนางจึงเสนอให้ฮ่องเต้พระราชทานฐานันดรศักดิ์แก่กวงอู่จาก ไท่ซือหม่า เป็น เสียวอ๋อง  ข้างนายทหารต้องการให้กวงอู่เป็นฮ่องเต้ แต่ตนไม่ยอม อ้างว่าให้ปราบโจรเหนือ ๖ ก๊กให้หมดก่อน

        เสียวอ๋องจึงจัดกองทัพไปตีก๊กต่างๆ ให้งิมเหงกับหม่าอู่เป็นปลัดทัพ ฝ่ายพวกป้อมค่ายคิ้วแดงยกเข้าตีลั่วหยางเมืองหลวง

        ในที่สุดกวงอู่ปราบโจร ๖ ก๊กเรียบร้อย  ในปี ค.ศ.  ๒๕  จึงขึ้นครองราชสมบัติเป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ที่เมืองลั่วหยาง ทรงพระนามว่า ฮ่องเต้ฮั่นกวงอู่ตี้ 漢光武帝  (หลิวซิ่ว 劉秀 ) ใช้ปีรัชกาลว่า เจี้ยนอู่  แล้วพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ หม่าอู่ ปังอี้ เอียวกี๋ ถือไก๋ และขุนนางถือไม้เซียวฮุดตามตำแหน่งเข้าเฝ้า

        ฮ่องเต้ฮั่นเกิงสื่อตี้เสียเมืองให้พวกกบฏแล้วเสด็จหนีไปเมืองโกเหลง ฮ่องเต้ฮั่นกวงอู่ตี้จึงให้ลดฐานันดรลงเป็นอ๋องแล้วให้ไปครองเมืองซุยเอี๋ยง  เมื่อ ค.ศ. ๒๕

        ฮ่องเต้ฮั่นกวงอู่ตี้โปรดฯให้หม่าอู่ งอฮั่น อ๋องป้า อ๋องเสียง ไปรักษาเมืองเขตแดนตะวันออก  เกิดสู้รบกับเลียงอ๋อง

        ฮ่องเต้ฮั่นกวงอู่ตี้ยกทัพใหญ่ไปทิศตะวันตกตีหัวเมืองที่ยังแข็งเมืองอยู่  โปรดฯให้

   งอฮั่น เป็น  ไท่ซือหม่า  แม่ทัพหลวง

   งิมเหง เป็น  ไท่เจียงกุน  ปลัดทัพ

   ไกเอี๋ยน  เป็น  เฮาเหงไท่เจียงกุน  นายกองปีกซ้าย

   ถือไก๋  เป็น  เกียนอุยไท่เจียงกุน  นายกองปีกขวา

   หม่าอู่  เป็น  ปกหลี่เจียงกุน  แม่กองทัพหน้า

   ฮ่องเต้ฮั่นกวงอู่ตี้  ทรงเป็น  กองหนุน

        กองทัพใหญ่มีนายทหารพันคน พลทหารหนึ่งล้านคน  ยกพลไปปราบปรามจนราบคาบ

        ข้างเมืองชายแดนทางเหนือ พวกซวงหนูเป็นกบฏ  ยกกองกำลังเข้ามาปล้นเมืองบ่อย  รับสั่งให้หม่าเอียนเป็นแม่ทัพ หม่าอู่เป็นปลัดทัพ  ยกไปปราบพวกซวงหนู  หม่าอู่มีหนังสือถึงฮ่องเต้ต้องการยกทัพไปปราบพวกอู่หูซวงหนูให้หมดสิ้น แต่พระองค์ทรงเห็นว่า พวกซวงหนูอยู่นอกอาณาเขตแดนจีนมีทหารเป็นล้านคน ถ้าหากได้รับชัยชนะก็จะรักษาเมืองไว้ได้ยาก จึงขอให้หม่าอู่รักษาเขตชายแดนให้ดี      อย่าให้พวกซวงหนูยกเข้ามาปล้นเมืองชายแดน ทำให้ราษฎรเดือดร้อนก็พอแล้ว

        ล่วงมาถึง ค.ศ. ๕๗  ฮ่องเต้ฮั่นกวงอู่ตี้ทรงประชวรเสด็จสวรรคต  ตงไห่หวางรัชทายาทขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า  ฮ่องเต้ฮั่นหมิงตี้ ( หลิวจวง )   แล้วโปรดฯให้จิตรกรเขียนภาพขุนนางนายพลทหารที่มีความชอบแต่ครั้งพระราชบิดาของพระองค์ไว้ที่ผนังพระที่นั่งหนานหยงฮุยไท่  จำนวน  ๓๒ คน  นายพลบางท่านได้ท้วงติงว่า ขาดไปคนหนึ่ง คือ หม่าเอียน แต่พระองค์ตรัสว่า ประวัติและรูปนายพลหม่าเอียนได้ใส่ไว้ในพระราชพงศาวดารราชวงศ์แล้ว เพราะหม่าเอียนเป็นเชื้อพระวงศ์ฝ่ายพระราชมารดาของพระองค์ ที่จริงนายพลที่ร่วมสู้รบกันมาทั้งหมดมี ๓๔ คน คือ     รวมทั้งหลิวซิ่วหรือฮ่องเต้ฮั่นกวงอู่ตี้และหม่าเอียน   รายชื่อนายพลทั้ง ๓๒ คน คือ

๑.    เตงอู                         ๑๗.    จูอิว

๒.    หม่าเส็ง                     ๑๘.    ยิมกง

๓.    หงอฮั่น                      ๑๙.    เตียวจุ้น

๔.    งิมเหง                       ๒๐.    หลี่ตง

๕.    หม่าอู่                        ๒๑.    เกงต้าน

๖.    ไกเอี๋ยน                     ๒๒.    บั้นสิ้ว

๗.    อ๋องเสียง                  ๒๓.    ทิตั๋น

๘.    ปังอี้                          ๒๔.    เอียวกง

๙.    ถือไก๋                       ๒๕.    เล่าติด

๑๐.  อ๋องป้า                      ๒๖.    ถิวทอง

๑๑.  เกียฮก                      ๒๗.   จงกง

๑๒.  ตันจุ้น                       ๒๘.    เล่าหลง

๑๓.  โตเหมา                     ๒๙.    หลี่ทอง

๑๔.  เคาซุ่น                      ๓๐.    โปถัง

๑๕.  ทวนจุ้น                     ๓๑.    โตมอ

๑๖.  เกียนเผียว                 ๓๒.    อ๋องเสียง**  (ชื่อซ้ำกับ ๗ ยังหาข้อมูลไม่ได้ )

        หม่าอู่ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อไรไม่ปรากฏหลักฐาน  แต่ท่านได้ปฏิบัติตนอย่างซื่อสัตย์ต่อเจ้านายตลอดมา บุคคลที่มีชีวิตร่วมสมัยกับหม่าอู่คือ จางเต้าหลิงหรือเตียวเทียนซื่อซึ่งเขาถือกำเนิดหลังจากฮ่องเต้ฮั่นกวงอู่ตี้เสวยราชสมบัติได้เก้าปีคือ ค.ศ. ๓๔  ในช่วงที่ฮ่องเต้ฮั่นเหอตี้มีรับสั่งให้จางเต้าหลิงไปเป็นอาจารย์สอนองค์รัชทายาท หม่าอู่อาจพบกับท่านก็ได้

        ปัจจุบันศาลเจ้าเจ่งอ๋องตั้งอยู่ เลขที่ ๑๙๖ ถนนเยาวราช ตำบลตลาดใหญ่  อำเภอเมืองภูเก็ต ตรงกันข้ามกับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต  เป็นศาลเจ้าที่สร้างได้สวยสดงดงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต

 

 

          :   สมบูรณ์ แก่นตะเคียน  ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

 

Title  :   Ma Wu Wang ( Jeng Ong )

 

          :   Somboon Kantakian

            

   

 

 

 

 

 

 

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน