Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
จีนศึกษา
  CHINESE TEXT PROJECT
  STANDARD CHINESE
  เส้นสายลายอักษร
  ลัทธิเต๋า
  รวมเรื่องจีนศึกษา-China Knowledge
  วัฒนธรรมศึกษาจากเว็บต่างๆ
  วัฒนธรรมศึกษาจากภาพ
  พระบรมฉายาลักษณ์ของฮ่องเต้
  มังกรจีนสมัยโบราณ
  มังกรจีนศึกษา
  เลือกเพศให้ลูก
  จีนโบราณจาก บริทิชมิวเซียม
  การเดินทางไกลของเหมาเจ๋อตุง
  จีนในปัจจุบัน
แซ่สกุล
  แซ่ตระกูลที่ใช้กันมาก
  ข้อมูลตระกูลแซ่ต่างๆ
  ประวัติบางแซ่สกุล
  200 แซ่สกุลที่ใช้มาก
  ตระกูลแซ่หลิน
มหาวิทยาลัยชั้นนำ
  BEIJING UNIVERCITY
  Shanghai Jiao Tong University
  Tsinghua University
  Xi'an Jiaotong University
  The Chinese University of Hong Kong
  The University of Hong Kong
  The Hong Kong University of Science and Technology
  Southeast University
  East China Normal University
  Tongji University
  Huazhong University of Science and Technology
  The Hong Kong Polytechnic University
  Tianjin University
  City University of Hong Kong
  Harbin Institute of Technology
  Wuhan University
  China Agricultural University
  Renmin University of China
  Xiamen University
  Fudan University
  Hong Kong Baptist University
  Shandong University
  Nanjing University
  University of Science and Technology of China
  Zhe Jiang University
พิพิธภัณฑ์และหอสมุด
  NATIONAL LIBRARY OF CHINA
  CHINA'S MUSEUMS
  GREAT WALL OF CHINA
  SACRED MOUNTAINS OF CHINA
หนังสือพิมพ์
  Xinhua
  People's Daily
  China Daily
  China News
  China .com.cn
  China Youth Daily
เจ - มังสวิรัติ - VEGETARIAN
  เจ-อิ่มบุญ
  พลังบุญ
  เมนูอาหารเจ
  เจทิพย์
  อาหารมังสวิรัติ
  International Vegetarian Union (IVU)
  The Veggie Hub
  Vegetarianism
  A Guide to Vetetarian
  simple-veganista.com/all-recipes
เว็บเครือสมบูรณ์
  ตระกูลแซ่หลิน
  ภูเก็ตสารสนเทศ
  สมบูรณ์แก่นโน้ต

งักฮุย 岳飞

 

 

"เอาแผ่นดินของข้าคืนมา (还我河山)"

 

        งักฮุย หรือ เย่วเฟย เทพเจ้าผู้ซื่อสัตย์อีกองค์หนึ่ง ในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น บูเชียงก๋งไต้ก๊กก๋ง ต่อมาได้เป็น งักก๊กอ๋อง และสุดท้ายได้เป็น บูเม้กอ๋อง รวมทั้งเหล่าลูกหลานต่างได้รับราชการเป็นทหารที่กล้าหาญและได้รับยศศักดิ์กันทั่วทุกคน

        งักฮุย ชื่อ ฮุย แซ่งัก ชื่อแบบฉบับเฉพาะตนว่า เผิงจู่ เป็นบุตรของงักหัว มารดาชื่อ นางเอียวสี ถือกำเนิดที่ตำบลเฮาตีเฮีย เมืองทึงอิมกุ้ย  แขวงเมืองเซียงจิว เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๑๖๔๖ ปีเถาะ ตรงกับสมัยฮ่องเต้ซ่งฮุยจง (จ้าวจี) ในปีรัชกาลฉงหนิงปีที่๒ แห่งราชวงศ์ซ่งเหนือ

        ภรรยางักฮุยชื่อ นางลิสี ต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็น นางลิสีฮูหยิน เลื่อนเป็น นางอิตพินฮูหยิน ผู้เป็นใหญ่กว่าฮูหยินทั้งปวง และสุดท้ายได้เป็น ฮวดอ๋องฮูหยิน

        งักฮุยมีบุตร ๖ คน เป็นชาย ๕ คน คือ งักฮุน งักหลุย งักเข่ง งักหลิม   งักจิ้น บุตรสาวคนหนึ่งคือ นางงักปันเสียเจี๊ยะ

        บุตรทั้งหกต่างได้รับยศศักดิ์คือ บุตรชายทั้งห้าได้เป็นนายพลทหารยศเจียงกุน งักฮุน เป็น ตงเลียดกง งักหลุยได้เป็นที่ เพงปักอ๋อง นางปันเสียเจี๊ยะเป็นที่ เฮาหัวฮูหยิน

        ครอบครัวของงักหัว เป็นเศรษฐีร่ำรวย มีใจสัตย์ซื่อไม่เบียดเบียนใคร คนทั้งปวงจึงรักใคร่ ต่อมานางเอียวสีคลอดบุตรเป็นชาย มีหลวงจีนรูปหนึ่งชื่อ ตันภักเล่าโจ๊ว แห่งเขาฮัวซัว เข้าไปเยี่ยมและตั้งชื่อให้เด็กนั้นว่า งักฮุย พร้อมสั่งว่าหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นให้อุ้มบุตรลงในโอ่ง ต่อมาเกิดอุทกภัยน้ำหลากท่วมบ้านเรือน นางเอียวสีอุ้มงักฮุยลงในโอ่ง งักหัวเกาะขอบโอ่ง น้ำหลากพาพัดไปจนงักหัวจมน้ำตาย

        ฝ่ายนางเอียวสีสลบอยู่ในโอ่งถึงตำบลคิลิน  แขวงเมืองเซียงจิว มณฑลฮอหนำ ห่างจากเมืองทึงอิมกุ้ยประมาณสามสิบลี้ มีเศรษฐีชื่อ เฮงเหมง ภรรยาชื่อ นางฮอสี ได้ช่วยไว้ เฮงเหมงมีบุตรชื่อ เฮงกุ้ย มีเศรษฐีอีกสองคนคือ ทึงบุนต้องมีบุตรชื่อ ทึงฮวย อีกคนชื่อ เตียตัดมีบุตรชื่อ เตียเฮียน ฝ่ายงักฮุย มารดาสอนหนังสือให้ เมื่อโตขึ้นได้ซินแสจิวถองเป็นครูสอนเพลงอาวุธ ฝ่ายซินแสจิวถองของักฮุยจากนางเอียวสี ให้เป็นบุตรบุญธรรม เด็กทั้งสี่จึงเรียนเพลงอาวุธจากซินแสจิงถองจนชำนาญแคล่วคล่อง ซินแสชวนศิษย์ทั้งสี่ไปเยี่ยมอาจารย์ตนที่เขาและจัวซัว งักฮุยได้ทวนวิเศษในถ้ำและตำราพิชัยสงครามจากหลวงจีนจีเหมงเจียงเล่า ต่างพากันกลับมาฝึกอาวุธชนิดต่างๆ เช่น การยิงเกาทัณฑ์  

        เมื่องักฮุยอายุได้ ๑๘ ปี ทางเมืองไลยอึ้งกุ้ย ประกาศประลองอาวุธเพื่อคัดเลือกทหาร ทั้งสี่คนจึงไปสมัคร หลีซุนเจ้าเมืองยกบุตรสาวให้งักฮุย คือนางลิสี

และได้เพื่อนอีกคนชื่อ งูเกา ทั้งห้าคนสาบานเป็นพี่น้องกัน งักฮุยเป็นพี่ใหญ่ งักฮุยย้ายไปอยู่บ้านเดิมคือที่เมืองทึงอิมกุ้ย ครอบครัวเศรษฐีทั้งสามตามไปอยู่ด้วย

        ทั้งห้าคนเดินทางเข้าเมืองเปียนเหลียงเมืองหลวง ไปหาจงเล่าซิว ขุนนางผู้ใหญ่ ที่เล่าโต๊ะอี้เจ้าเมืองเซียงจิวฝากฝังมา เพื่อแข่งขันสอบจอหงวนฝ่ายบู๊ งักฮุยได้กระบี่วิเศษชื่อ คังโลเกียม

        ฝ่ายขุนนางผู้ใหญ่ทั้งสี่คือ เตียปังเชียง เฮงตัด เตียวจุน จงเล่าซิว กรรมการสอบที่ฮ่องเต้ทรงตั้งพร้อมกันที่สนามทดสอบ ฝ่ายชาเลียงอ๋อง เชื้อพระวงศ์ฮ่องเต้โจวซาซื่อจง ได้ขอจากฮ่องเต้ให้ตนได้เป็นจอหงวน โดยมีเตียปังเชียง เฮงตัดและเตียวจุน พวกขุนนางกังฉินสนับสนุน ในสนามทดสอบงักฮุยฆ่าชาเลียงอ๋องตาย จนจงเล่าซิวถูกปลด ทั้งห้าคนจึงออกจากเมืองหลวง

        ฝ่ายกิมตอตั้วอ๋องแห่งเขาไทฮังซัว พวกของชาเลียงอ๋องยกทัพเข้าตีเมืองหลวง ไม่มีใครกล้าสู้ ฮ่องเต้ทรงกริ้ว จึงให้ตามจงเล่าซิวมาตั้งเป็นแม่ทัพ ทั้งห้าคนเข้าไปช่วยรบจนได้รับชัยชนะ เตียปังเชียงแกล้ง งักฮุยได้เพียงตำแหน่งนายร้อย จึงไม่รับชวนกันกลับบ้านเดิม

        ฝ่ายซีฉวน เตียหุน จิวแช กิดแช เลียงเฮง ห้าคนสาบานเป็นพี่น้องพากันไปเข้าพวกงักฮุย

        ฝ่ายไต้กิมก๊กเมืองฮวน มีลังจู๊เป็นฮ่องเต้ มีโอรสห้าองค์มีสติปัญญา บ้านเมืองบริบูรณ์ มีทหารเอกฝีมือเข้มแข็ง จึงให้ กิมงึดตุดเป็นเซียงเพงอ๋องเล่าหนำไท้หงวนโส่ยแม่ทัพใหญ่ คุมทหารห้าสิบหมื่นยกไปตีเมืองซ่ง มีคับมิชีเป็นกุนซือ

        ฝ่ายเมืองเปียนเหลียง ฮ่องเต้ซ่งฮุยจง ทรงมอบราชสมบัติให้โอรสคือ ฮ่องเต้ซ่งคิมจง ส่วนพระองค์ทรงเป็น ไท่เซียงฮองพระบิดาฮ่องเต้ ฮ่องเต้ทั้งสองพระองค์ไม่ทรงเอาราชการใหญ่น้อย ทรงเชื่อถือเตียปังเชียงขุนนางกังฉิน คนซื่อตรงตกอับ พวกกังฉินจึงรุ่งเรือง พวกขุนนางหัวเมืองใหญ่น้อยที่มีสติปัญญาฝีมือ จึงตั้งกันเป็นพวกเป็นเหล่า เกิดโจรผู้ร้ายชุกชุมทุกหัวระแหง

        ฝ่ายเมืองหลวงให้ซึงเฮาเป็นแม่ทัพยกพลห้าหมื่นไปรบพวกฮวน ถูกพวกฮวนฆ่าตายสิ้น ทัพกิมก๊กยกตีรายทางมาถ้าข้ามแม่น้ำฮวงโหได้คงเสียที โปรดฯให้จงเล่าซิวเป็นแม่ทัพมีลีกังผู้ช่วย จงเล่าซิวมีหนังสือไปตามงักฮุยและพวกให้มาช่วยรบ แต่งักฮุยป่วย ทัพจงเล่าซิวและลีกังแพ้ ทัพกิมก๊กยกข้ามแม่น้ำฮวงโหเข้าประชิดเมืองหลวง จงเล่าซิวกับลีกังถูกถอดออกจากตำแหน่ง จึงกลับไปอยู่บ้านเดิม

        ฮ่องเต้จึงทรงขอเป็นไมตรี ให้เตียปังเชียงจัดการเอาทรัพย์สินเงินทองเป็นอันมากไปให้แม่ทัพฮวน เตียปังเชียงเอาใจออกห่างขายชาติ เป็นไส้ศึกเป็นเสี้ยนหนามแผ่นดิน โปรดฯให้เตียอ๋องพระอนุชาไปเป็นตัวประกันมีชีนไคว่(ฉินหุ้ย)อาสาไปด้วย แต่เตียอ๋องถูกทหารฮวนฉุดกระชากตกจากม้าสิ้นพระชนม์ จึงโปรดฯให้คังอ๋องพระอนุชาองค์ที่เก้าไปแทน

        ฝ่ายกุนซือแม่ทัพกิมวางแผนล่อลวง ให้เตียปังเชียงไส้ศึกเอาพระเจ้าไท่เซียงฮองและฮ่องเต้ซ่งคิมจงออกจากเมืองหลวง แล้วให้ทหารกิมจับตัวส่งไปกักขังที่เมืองกิมก๊ก ให้เตียปังเชียงรักษาเมืองเปียนเหลียง ส่วนทรัพย์สมบัติฮ่องเต้กิมงึดตุดขนไปเมืองกิมก๊กสิ้น ส่วนฮ่องเต้ทั้งสององค์เอาไปขังที่เมืองเงาก๊กเสีย ขุดหลุมลึกให้เห็นแต่ฟ้าและดิน ฝ่ายคังอ๋องหนีข้ามแม่น้ำเหียบกังไปได้ อาณาจักรซ่งจึงเสียเมืองให้แก่กิมก๊กเมื่อ พ.ศ. ๑๖๗๐

       ฝ่ายคังอ๋องหนีไปตั้งเมืองหลวงที่เมืองกิมเหลง(เกี้ยนคังหรือนานกิง) เสวยราชสมบัติทรงพระนามว่า ฮ่องเต้ซ่งเกาจง เมื่อพ.ศ. ๑๖๗๐ แล้วประกาศไปตามหัวเมืองให้จัดทหารสู้กับกองทัพฮวน พวกขุนนางที่หนีข้าศึกจึงไปรับราชการ รวมทั้งจงเล่าซิวกับลีกัง รับสั่งให้ซือหยินไปตามงักฮุยที่เมืองทึงอิมกุ้ย ข้างงักฮุยเห็นเพื่อนอดอยากชวนกันไปเป็นโจรห้ามก็ไม่ฟังก็เสียใจ มีคนเอาเงินทองจำนวนมากมาให้เพื่อชวนไปเป็นทหารของท่องเซงไต้อ๋องนายโจร เขาโกรธคืนของไปทั้งหมด ข้างมารดาเห็นเขาซื่อสัตย์จึงทำพิธีเซ่นไหว้เจ้าในตึกที่อยู่ ให้ภรรยางักฮุยฝนหมึก แล้วมารดาได้จารึกข้อความไว้บนแผ่นหลังว่า จีนตงปอก๊ก แปลว่าให้มีความกตัญญูต่อเจ้านายไปตลอดชีวิต

        ฝ่ายซือหยิน เจ้าเมืองทึงอิมกุ้ย นำหนังสือรับสั่งมาให้ แจ้งว่าให้งักฮุยเห็นแก่ราชการปราบปรามศัตรูของแผ่นดินให้ราบคาบ งักฮุยจึงรับรับสั่งพร้อมข้าวของพระราชทานเป็นอันมาก แล้วเดินทางเข้าเมืองหลวงเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ทรงตั้งให้เป็นนายทหารเอก ขึ้นกับเตียซอแม่ทัพใหญ่ แล้วยกทัพไปปราบกองทัพฮวน ที่เมืองฮ่อกันฮู้ งักฮุย กิดแซ กองทัพหน้าได้ชัยชนะด้วยทหารเพียงแปดร้อยนาย ขณะที่ทหารฮวนมีกว่าสิบหมื่น เตียซอแม่ทัพให้งักฮุยเฝ้าแม่น้ำฮวงโห ส่วนตนยกทัพไปตีเมืองเปียนเหลียงเอาคืน แต่เตียปังเชียงหนีไปเมืองกิมเหลงพร้อมมอบตราหยกแผ่นดินให้ฮ่องเต้เพื่อเอาตัวรอด แต่ด้วยความผิดมีมาก จึงทรงปลดเป็นขุนนางระดับต่ำ แต่เตียปังเชียงกลับเอานางออเฮียนบุตรเลี้ยงถวายฮ่องเต้ ทรงพอพระทัยลุ่มหลงด้วยเสน่ห์ไม่ออกว่าราชการ ตามอุบายเตียปังเชียง

        ฝ่ายเตียปังเชียงก่อนที่จะเอาตราหยกถวาย ได้ตีประทับลงบนกระดาษหลายแผ่น เพื่อจะได้ปลอมหนังสือรับสั่ง ว่าแล้วก็เขียนหนังสือปลอมรับสั่งให้งักฮุยกลับเมืองหลวง เพื่อให้กิมงึดตุดแม่ทัพฮวนยกข้ามแม่น้ำฮวงโหได้ งักฮุย เตียเปา เฮงฮวยเข้าเมืองหลวง ถูกเตียปังเชียงกับนางออเฮียนล่อลวงใส่ร้ายจะเอาไปฆ่า ลีกังไปช่วยไว้ทัน จึงถูกเอาไปขังคุกรอประหาร ฝ่ายเตียเปาจึงทำหนังสือถึงเพื่อนร่วมสาบานที่ไปตั้งตนเป็นไต้อ๋อง มี ซีฉวน จิวแช เตียหุน เลียงเฮง ทึงฮวย เตียเฮียน เฮงกุ้ย งูเกา ให้มาช่วย ทั้งแปดคนจึงยกทัพด้วยพลแปดหมื่นประชิดเมืองกิมเหลงเพื่อช่วยงักฮุย เมื่อทรงทราบว่าเป็นแผนการของเตียปังเชียงที่จะฆ่างักฮุย จึงรับสั่งให้ปลดเตียปังเชียงแล้วไล่ออกจากวัง ทรงตั้งให้งักฮุยเป็นรองแม่ทัพ และทรงตั้งคนทั้งแปดเป็นนายทหารใต้บังคับงักฮุย แล้วให้ยกไปรักษาแม่น้ำฮวงโห

        ฝ่ายแม่ทัพฮวนยกพลสามสิบหมื่นมาฝั่งแม่น้ำฮวงโหตั้งทัพที่นั่น โดยมีเล่าอือไส้ศึกพาข้ามแม่น้ำไปได้ ก่อนที่งักฮุยจะยกมาถึง เมื่อกองทัพทั้งสองประจันหน้ากัน แม่ทัพฮวนถูกกลลวงงักฮุยล่อเข้าไปติดในช่องเขาฮองลินซัว เนียมฮั่นพี่ชายกิมงึดตุดจึงยกทัพไปช่วย แต่กองทัพฮวนถูกกองทัพงักฮุยตีแตกหนีไป แม่ทัพฮวนจึงขอกำลังรบเพิ่มจากเมืองฮวน

        ฝ่ายงักฮุยได้รับชัยชนะแล้ว จึงทำหนังสือแจ้งไปยังเมืองหลวง ทางเมืองหลวงจึงมีคำสั่งให้งักฮุยแบ่งกำลังไปปราบโจรที่เมืองเพงกังฮู้ งักฮุยจึงแจ้งแม่ทัพเตียซอให้หานายทหารมารักษาท่าน้ำฮวงโห ตนจะยกไปปราบโจรที่เมืองเพงกังฮู้ตามรับสั่ง ด้วยพวกโจรตัวนายชื่อเอียโฮ้วมีกำลังพลหกพัน ตั้งอยู่บนพืดเขาในทะเลสาบ ได้รบกันเป็นสามารถ จนเอียโฮ้วนายโจรยอมจำนนและเข้ารับราชการในงักฮุย แล้วยกทัพกลับเมืองกิมเหลง

        ฝ่ายเมืองโซจิวฮู้ แจ้งเรื่องล่อฮุยกับบวนยืออุยสองนายโจร ตั้งซ่องโจรอยู่ในทะเลสาบพวนเอียงโอ๋วที่เขาคังลังซัว มีกำลังกล้าแข็งนัก มีแม่ทัพชื่อ อือฮวยเหลงที่มีฝีมือ ราษฎรเดือดร้อน จึงรับสั่งให้งักฮุยยกทัพไปปราบ งักฮุยสู้รบกับอือฮวยเหลงหลายวัน จนสามารถเกลี้ยกล่อมให้มาเป็นพวกได้ แล้วสาบานเป็นพี่น้องกัน แล้วใช้กลอุบายกำจัดนายโจรทั้งสองได้

        ฝ่ายเมืองฮวน กิมงึดตุดตั้งให้จำเตียมหลีเป็นแม่ทัพคุมพลสิบหมื่นยกมาตีด่านโง่วทังก๊วน ให้เตียซองเหลงราชบุตรเขยยกพลห้าหมื่นไปตีด่านกีจุยก๊วน นายด่านมีหนังสือถึงงักฮุยให้ยกกำลังไปช่วยโดยเร็ว หลังเสร็จจากการปราบสองนายโจรแล้ว งักฮุยจึงให้งูเกาเป็นทัพหน้าให้ล่วงไปก่อน แล้วตนจึงยกตามไป แล้วยกทัพตีทหารฮวนที่เข้ายึดด่านแตกพ่ายไปสิ้น

        ฝ่ายฮอง่วนเคง นายโจรตั้งตนเป็นไต้อ๋องที่เขาชีงอซัว งักฮุยยกทัพไปปราบ แต่เห็นว่าฮอง่วนเคงเป็นผู้มีสติปัญญาและมีทิฐิ จนสามารถเกลี้ยกล่อมเอามาเป็นนายทหารได้ ฝ่ายเมืองหลวงมีหนังสือถึงงักฮุยให้ยกทัพไปปราบโจรที่แม่น้ำทองเท่งโอ๋ว แขวงเมืองฮ่อหนำ ให้ไปตั้งทัพที่เมืองทันจิว

     ฝ่ายจงเล่าซิวขุนนางผู้ใหญ่ทราบว่า กิมงึดตุดยกทัพมาตีเมืองกิมเหลง ขณะที่งักฮุยยกไปปราบโจร หนทางก็ไกล เมืองกิมเหลงทหารมีจำนวนน้อยอาหารก็ขาดแคลน จึงกราบทูลเชิญเสด็จไปเมืองเปียนเหลียง แต่ไม่ทรงเห็นด้วย ทำให้จงเล่าซิวเสียใจกระอักเลือดถึงแก่กรรม ขณะที่แม่ทัพฮวนยกเข้าประชิดเมืองกิมเหลง ด่านต่างๆไม่สามารถรักษาไว้ได้ ข้าศึกเข้าเมืองได้ ฮ่องเต้ซ่งเกาจงเสด็จหนีไปทั้งทางบกทางเรือ แม่ทัพฮวนไล่ตามไป ฮ่องเต้ประทับที่บ้านเตียปังเชียงและบ้านเฮงตัดขุนนางกังฉินไส้ศึกทั้งคู่ จนฮ่องเต้ต้องเสด็จหนีขึ้นไปหลบอยู่บนเขา งักฮุยรีบยกไปเข้าเฝ้าที่เขางูเท่าซัว เชิญเสด็จให้ประทับวัดเง็กฮือเก้งเชิงเขา

        พระองค์จึงทรงตั้งให้งักฮุยเป็นแม่ทัพใหญ่สำเร็จราชการทั้งปวง เป็นที่ บูเชียงก๋ง ไต้ก๊กก๋ง  เมื่อได้เป็นแม่ทัพใหญ่แล้วบูเชียงก๋งจึงตั้งบทบัญญัติว่าด้วยการทหารเกี่ยวกับกองทัพรวม ๑๔ ข้อ

        ส่วนกองทัพฮวนตั้งล้อมเขาไว้อย่างแน่นหนา ต่างคุมเชิงท้าสู้รบกัน ข้างกิมงึดตุดแม่ทัพจึงสั่งให้นายทหารคุมกำลังพลไปจับครอบครัวงักฮุยที่ทึงอิมกุ้ย แต่งักฮุนบุตรชายคนโตอายุสิบสี่ปีตีทัพฮวนแตกไป แล้วหนีย่ากับมารดาไปหาบิดาที่เขางูเท่าซัว ระหว่างทางได้ปราบโจรปล้นเศรษฐีจนได้รับชัยชนะ เศรษฐียกบุตรสาวให้ แล้วเดินทางไปยังเขาตีฝ่ากองทัพฮวนไปหาบิดา รับราชการเป็นนายทหาร

        ฝ่ายฮั่นซีตง 韓世 กับนางเนียฮูหยินภรรยาปราบโจรที่เมืองยือหนำแล้วจึงยกทัพกลับมาช่วยงักฮุย ทัพเรือตั้งอยู่บริเวณใกล้เขางูเท่าซัวฝั่งแม่นำแยงซีเกียง ฝ่ายเมืองกิมเหลง กองทัพซ่งโดยจงฮวงบุตรจงเล่าซิวยกไปตีเอาคืน เมื่อทัพหัวเมืองมาพร้อมกันแล้ว งักฮุยจึงเร่งกองทัพรุกรบทัพฮวน กันฮ่องเต้ซ่งเกาจงให้เสด็จกลับไปยังเมืองกิมเหลง ฝ่ายกองทัพกิมงึดตุดพ่ายยับเยิน แต่เขาหนีไปได้ ฮั่นซีตงกับงักฮุยจึงเข้าเฝ้าที่เมืองกิมเหลง

        ฝ่ายเมียวโป้วกับเล่าเจียหงัน ขุนนางผู้ใหญ่ใจกังฉินยุให้ทิ้งเมืองกิมเหลงไปสร้างเมืองหลวงใหม่ที่นิ่มอัน (หางโจว) ทรงเห็นชอบด้วย แต่ขุนนางตงฉินคัดค้าน ด้วยเมืองนิ่มอันติดทะเลเกลือกข้าศึกยกมาก็ต้องหนีลงทะเล เมื่องักฮุยเข้าไปเฝ้าทรงจัดเลี้ยง แต่ไม่มีบำเหน็จรางวัลใดๆให้ทหาร เมื่อเขากราบทูลคัดค้านให้ย้ายเมืองหลวง และเขาจะเตรียมทัพไปตีเมืองกิมก๊ก เชิญสองฮ่องเต้ที่พวกฮวนจับไปกลับมาตามเดิม ฮ่องเต้ซ่งเกาจงทรงคิดว่า หากทั้งสองพระองค์เสด็จกลับมา พระองค์จะต้องหมดวาสนา จึงไม่พอพระทัย เมื่อบูเชียงก๋งกราบทูลลาไปอยู่บ้านเดิม ทรงดีใจไม่ต้องมารบกวนพระทัย

        เมื่อกิมงึดตุดถึงเมืองไตกิมก๊ก จึงปรึกษากุนซือที่จะยกมาตีเมืองซ่งให้ได้ คับมิชีจึงว่าขุนนางเมืองซ่องเป็นพวกกังฉินโดยมาก ฮ่องเต้ก็โง่เขลาเชื่อแต่พวกขุนนางกังฉิน จึงวางแผนให้ชีนไคว่ (ฉินฮุ่ย) กับนางเฮงสี ภรรยาที่เคยติดตามคังอ๋องไปเมืองกิมก๊ก ให้เป็นไส้ศึก จึงให้ชีนไคว่ไปเฝ้าฮ่องเต้ทั้งสองพระองค์ในหลุมให้ทรงเขียนหนังสือถึงฮ่องเต่ซ่งเกาจง พรรณนาถึงความลำบาก ให้ชีนไคว่ถือไปเมืองนิ่มอัน ชีนไคว่ไปถึงเข้าเฝ้าฮ่องเต้ซ่งเกาจง พร้อมกับถวายหนังสือจากฮ่องเต้สองพระองค์ จนได้รับตำแหน่งเป็นขุนนางผู้ใหญ่

        ฝ่ายเมียวโป้วกับเจียหงัน ขุนนางกังฉิน ด้วยความโลภอยากเป็นฮ่องเต้จึงก่อกบฏขึ้น ฮั่นซีตงยกทัพมาปราบสิ้น ทรงตั้งฮั่นซีตงเป็น คีอ๋อง ไปรักษาเมืองยุนจิวตามเดิม

        ฝ่ายเมืองซัวตั๋งมีหนังสือเข้ามาว่า ตำบลเขาเกาเลงซัว มีนายโจรสามพวกตั้งอยู่ ตัวนายชื่อ เอียไจเฮงตั้งอยู่ที่ไทโอ๋วทะเลสาบ แขวงเมืองโฮวจิวตัวนายชื่อเซกฮวง หลอกัง เซียะเซียน สามคน แขวงเมืองโอวก๊วง ตัวนายชื่อเอียเอียวตั้งอู่ที่ท่องเทงโอ๋วในทะเลสาบ ฮ่องเต้จึงมีรับสั่งถึงงักฮุย ฝ่ายงูเกาจึงว่า “เจ้านายเช่นนี้พี่ท่านจะละเมอนับถือไปทำไม ถึงคราวสบายก็ไม่ได้คิดถึงพวกเราเลยแต่สักนิดหนึ่ง เมื่อมีทุกข์ขึ้นแล้ว ก็ร้องหาพูดยกยอให้ยศศักดิ์ไปต่างๆ ถึงจะไปทำราชการปราบข้าศึกให้เหน็ดเหนื่อยแทบประดาตายก็ไม่มีประโยชน์สิ่งใด...”   แต่งักฮุยไม่เห็นด้วย จึงยกทัพไปเฝ้าฮ่องเต้ที่เมืองหลวง แล้วรับสั่งคืนตำแหน่งบูเชียงก๋งให้ตามเดิม บูเชียงก๋งจึงยกทัพด้วยพลสิบหมื่น ไปปราบโจร ฝ่ายฮัน่ซีตงคีอ๋องยกทัพไปช่วย สามารถปราบโจรได้ราบคาบ ฮ่องเต้ทรงทราบจึงรับสั่งให้นำสุราอย่างดีร้อยไหไปให้ แต่ซันซือตวงคนคุมสุราเอาไปฝากบ้านชีนไคว่ นางเฮงสีเคยรับปากกิมงึดตุดเป็นไส้ศึก จึงเอายาพิษใส่ไหสุรา เมื่อไปถึงกองทัพ งูเกาเห็นผิดสังเกตจึงทุบทิ้งหมด เป็นการทำลายหลักฐานทำให้บูเชียงก๋งโกรธไล่ออกจากกองทัพ

        ฝ่ายเมืองกิมก๊ก กิมงึดตุดยกทัพล่วงเข้ามาทางแดนเมืองจูเซียนติ้น เมื่อเสร็จจากการปราบโจร บูเชียงก๋งจึงรีบยกทัพไปที่เมืองจูเซียนติ้น ข้างฮั่นซีตงก็รีบยกทัพไปเช่นเดียวกัน รวมทั้งกองทัพฝ่ายหัวเมืองต่างทยอยกันมา กองทัพทั้งสองต่างท้ารบกันด้วยนายทหารที่เก่งกล้า ข้างกองทัพฮวนจัดค่ายกลชื่อ กิมเหลงเกาปวยติ้นล่อให้งักฮุยเข้าไป ฝ่ายกองทัพงักฮุยเข้าตีค่ายกลแตกสิ้น ทหารฮวนถูกฆ่าตายกว่าเจ็ดสิบหมื่นเหลือเพียงหมื่นเศษ ฝ่ายงักฮุยทหารตายสองหมื่นเศษ กิมงึดตุดเหลือทหารกลับเมืองเพียงสี่ห้าพันนาย เสียกำลังใจ กุนซือจึงปลอบแล้วปลอมตัวเข้าไปเมืองหลวงหาชีนไคว่ ให้หาทางรีบฆ่างักฮุยให้ได้ตามที่ตกลงกันไว้

        ฝ่ายบูเชียงก๋งทำหนังสือถึงเมืองหลวงแจ้งข่าวได้รับชัยชนะ พร้อมขอเสบียงอาหารเพิ่มเติม เพื่อยกไปตีเมืองกิมก๊กเชิญเสด็จฮ่องเต้ซ่งคิมจงกลับเมืองหลวง ชีนไคว่กราบทูลว่า ถ้าหากพระองค์ส่งเสบียงให้กองทัพงักฮุยไปตีเมืองกิมก๊ก แล้วรับฮ่องเต้ซ่งคิมจงกลับมา พระองค์ก็จะหมดอำนาจถูกเนรเทศไปต่างเมืองสิ้นพระชนม์ ฮ่องเต้ทรงเชื่อ จึงทรงตัดกำลังกองทัพงักฮุยตามคำชีนไคว่ มิให้ยกไปตีเมืองฮวน ให้ถอยทัพมาอยู่ที่เมืองจูเซียนติ้น ด้วยทหารบอบช้ำอิดโรย งักฮุยรับคำสั่งก็เสียใจ จำใจยกทัพกลับไปเมืองจูเซียนติ้น แล้วให้งักฮุนบุตรชายกลับไปบ้านดูแลมารดา พวกนายทหารรู้กันทั้งกองทัพว่าเป็นเพราะชีนไคว่ตัวการยุยงให้ฮ่องเต้แปรปรวน

        ฝ่ายชีนไคว่คิดการสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว จึงคิดกำจัดงักฮุยให้ได้ จึงปลอมรับสั่งให้นายทหารหัวเมืองที่ยกมาช่วยให้กลับไปบ้านเมืองของตัว เมื่อมีสงครามจึงจะมีรับสั่งไป นายทหารจึงแยกย้ายกลับไปยังเมืองของตน ข้างชีนไคว่แอบทำรับสั่งให้งักฮุยเข้าเมืองหลวง บูเชียงก๋งเห็นดังนั้นก็รู้ทันว่าชีนไคว่ปลอมรับสั่งให้ตนเข้าเมืองหลวงเพื่อทำร้ายเช่นเดียวกับที่เตียปังเชียงเคยทำ จึงนิ่งเสีย ชีนไคว่จึงปลอมรับสั่งหลายฉบับ ชีนไคว่จึงกราบทูลฮ่องเต้ใส่ร้ายป้ายสีหาว่างักฮุยไปเข้าข้างฮวน แกล้งจ่ายเสบียงให้ทหารหัวเมืองแต่น้อย บูเชียงก๋งคิดเป็นกบฏเป็นแน่แท้ ฝ่ายฮ่องเต้รับสั่งให้ชีนไคว่จัดการได้ทุกอย่าง ไม่ต้องรบกวนพระองค์ ชีนไคว่จึงทำรับสั่งไปถึงงักฮุย อ้างว่ามีรับสั่งให้เข้าเมืองหลวงก็ไม่ยอมเข้ามาคงคิดเป็นกบฏ งักฮุยจึงมอบตราแม่ทัพกับธงอาญาสิทธิ์ให้ซีฉวนกับงูเกา ทั้งสองคนรู้ว่าชีนไคว่เป็นคนทำเรื่องทั้งหมด แต่งักฮุยเอาความกตัญญูเป็นที่ตั้ง เพราะมีรับสั่งมาถึงตนสิบสองฉบับแล้ว คงจะบิดพลิ้วต่อไปไม่ได้ หากตนไปแล้วมีอันตรายก็ขอให้ทุกคนแยกย้ายกันไป อย่าได้ก่อเหตุเลย ทหารทุกเหล่ารวมทั้งราษฎรเมื่อทราบข่าวต่างเศร้าโศกเสียใจร้องไห้

        บูเชียงก๋งเดินทางเข้าเมืองหลวงก็ถูกจับเอาโซ่ตรวนเครื่องจำเข้าจำบูเชียงก๋ง ส่งเข้าคุก ชีนไคว่จึงสั่งให้จิวซำอุยเป็นตุลาการชำระความ เมื่อจิวซำอุยเห็นสำนวนที่ชีนไคว่ส่งมาให้แกล้งตั้งข้อหาบูเชียงก๋ง เขาจึงซักแต่ละข้อ บูเชียงก๋งก็แก้ได้หมด จิวซำอุยได้ฟังบูเชียงก๋งทุกข้อแล้ว จึงรู้ว่าชีนไคว่คิดกำจัดบูเชียงก๋งเสีย ตนจึงคิดว่าจะเอาคนดีมีความชอบต่อแผ่นดินกลับให้เป็นคนชั่วตามคนโกงชีนไคว่ไม่ถูกต้อง จึงสั่งผู้คุมเอาบูเชียงก๋งเข้าคุกตามเดิม เมื่อไตร่ตรองดูแล้วจึงเอาตราและเครื่องยศตั้งไว้ที่โต๊ะ แล้วพาบุตรภรรยาหนีไปในคืนนั้น

        ชีนไคว่รู้ดังนั้นให้ไปตามจับมาให้ได้ ชีนไคว่จึงตั้งเมกคิหู 萬俟 กับหลออูจิบ  คู่อริของงักฮุยเป็นตุลาการ แต่บูเชียงก๋งไม่รับเพราะไม่ได้ทำผิด ตุลาการจึงให้ทหารเฆี่ยนสี่สิบที ไม่รับอีก จึงให้เอาเครื่องไม้ผูกนิ้วหนีบนิ้วเท้านิ้วมือจนกระดูกแตกจนสลบไป พอฟื้นขึ้นมาจึงเอาปอมาทุบให้ละเอียด เอากาวเคี่ยวให้เหนียวเอาปอชุบให้ชุ่มกาว แล้วเอาไปแปะเนื้อตัวบูเชียงก๋งทั้งที่ร้อนอยู่ ครั้นกาวแห้งติดเนื้อตัวบูเชียงก๋ง แล้วถาม ถ้าไม่รับให้กระชากปอออกเป็นหย่อมๆ กาวที่ติดนั้นก็ดึงเอาหนังกำพร้าออกมา วิธีลงอาญานี้เรียกว่า ปอกหมูถอนขนไก่ ด้วยความเจ็บปวด บูเชียงก๋งขอกระดาษพู่กันมาจะเขียนคำให้การให้ แต่ที่เขียนนั้นเป็นประวัติการรับราชการของตน ตุลาการทั้งสองขู่อย่างไรก็ไม่รับ บูเชียงก๋งจึงว่าหากงักฮุนบุตรชายกับเตียเหียนบุตรบุญธรรมทราบเรื่องคงไม่นิ่งดูดายแน่ ตุลาการทั้งสองจึงคิดล่อลวงทั้งสองคนเข้ามาให้ได้ จึงหลอกให้บูเชียงก๋งเขียนหนังสือถึงงักฮุนเข้ามาทำฎีกาถวาย บูเชียงก๋งจึงเขียนหนังสือให้บุตรเข้าเมืองหลวง แต่ชีนไคว่ให้คนของตนเขียนเปลี่ยนข้อความใหม่ บอกว่าฮ่องเต้โปรดปรานมากและรับสั่งให้บุตรทั้งสองเข้าเมืองหลวงเพื่อรับยศยิ่งใหญ่ แล้วให้คนถือหนังสือไปเมืองทึงอิมกุ้ย เมื่อทั้งสองคนมาถึงเมืองหลวงก็ถูกจับกุมคุมขังไว้ต่างที่กับงักฮุย

        ครั้นถึงวันสิ้นปีแรมสิบสี่ค่ำ เมกคีหูกับหลออูจิบ สั่งให้ผู้คุมเอางักฮุยไปฆ่าเสียในคืนนั้น เมื่องักฮุยทราบจากผู้คุม จึงบอกให้ผู้คุมไปเอาตัวงักฮุนกับเตียเหียนมามัดมือทั้งสามคน แล้วผู้คุมนำไปที่ฮองโปเตง ในพระราชวัง ซึ่งชีนไคว่และพวกรออยู่ ผู้คุมก็ให้คนเอาเชือกผูกคอบูเชียงก๋ง งักฮุนและเตียเหียน แล้วชักรอกขึ้นไปเชือกตึงรัดคอคนทั้งสามจนสิ้นใจ เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๑๖๘๕ ปีฉลู รวมอายุ ๓๙ ปี  

        เมื่อชีนไคว่กลับไปแล้ว เงออ๋วนผู้คุมใหญ่เอาผ้าห่อศพทั้งสาม หามขึ้นไปบนกำแพง เอาเชือกผูกศพหย่อนลงไปนอกกำแพง แล้วหามศพทั้งสามไปบ้านเฮงเหลงลีติดเศรษฐีใจบุญที่ให้ผู้คุมช่วยดูแลบูเชียงก๋งในคุก เฮงลีติดไปซื้อโลงใส่ศพทั้งสามเอาไปฝังไว้ที่เนินเปลือกหอยข้างทิศเหนือ

        ฝ่ายเมกคีหูกับหลออูจิบจึงบอกชีนไคว่ว่า บูเชียงก๋งยังมีบุตรอีกหลายคน จึงพูดว่า “ที่บ้านบูเชียงก๋งนั้น ยังมีบุตรชายอยู่อีกหลายคน เราฆ่าบูเชียงก๋งกับบุตรทั้งสองตาย ครั้งนี้เหมือนกับล้มต้นไม้ใหญ่ต้องขุดรากเสียจึงสิ้นเชื้อ อย่าให้งอกขึ้นอีก จะได้ความลำบาก”   

        ฝ่ายจิวซำอุยตุลาการที่หนีไปนั้นได้บวชเป็นหลวงจีน เมื่อทราบข่าวบูเชียงก๋ง งักฮุน เตียเหียน ถูกฆ่าตายแล้ว จึงรีบเดินทางไปเมืองทึงอิมกุ้ยแจ้งแก่ครอบครัวบูเชียงก๋งว่าชีนไคว่กำลังให้คนมาจับทั้งครอบครัว นางลิสีฮูหยินจึงให้งักหลุยบุตรคนที่สองหนีไปก่อน เมื่อครอบครัวนางลิสีฮูหยินถึงเมืองหลวงจึงเข้าไปถามชีนไคว่ถึงสาเหตุ แต่ชีนไคว่พูดหลอกลวงอ้างรับสั่งว่า ตนได้ไปเข้าเฝ้าแล้ว รับสั่งว่าให้พ้นโทษตาย แต่ให้เนรเทศไปเมืองฮุนหนำ นางลิสีฮูหยินจึงย้ายที่ฝังศพใหม่ที่ตำบลซีเหี่ยเนี้ย แล้วจึงเดินทางไปเมืองฮุนหนำ ในขณะที่ชีนไคว่มีหนังสือลับไปสั่งแต่ละด่านว่าหากครอบครัวนางลิสีฮูหยินมาถึงให้ฆ่าเสียให้สิ้น แต่มีนางชาฮูหยินกับชาฮกบุตรชายช่วยเหลือให้ข้ามด่านต่างๆไปได้จนถึงเมืองฮุนหนำ

        ฝ่ายงักหลุยหนีไปเจองูทองบุตรงูเกาจึงชวนกันไปหางูเกาที่เขาไทฮังซัว งักหลุยคิดถึงมารดา งูเกาจึงให้งูทองและทหารติดตามไป ส่วนเมืองฮุนหนำ งักเข่งบุตรคนที่สามออกไปตามหาพี่ชายงักหลุย

        ฝ่ายชีนไคว่ตั้งแต่กำจัดบูเชียงก๋งแล้วก็ไม่สบายใจ ด้วยสมัครพรรคพวกนายทหารบูเชียงก๋งยังมีอำนาจอยู่จำนวนมาก จึงคิดกำจัดให้สิ้น จึงทำเรื่องกล่าวโทษบรรดานายทหารเป็นข้อหาฉกรรจ์ต่างๆ ขณะที่กำลังเขียนเรื่องราวกล่าวโทษอยู่นั้น เขาเห็นปีศาจบูเชียงก๋งกับปีศาจอื่นๆเข้ามากลุ้มรุมตี ชีนไคว่ตกใจร้องขอชีวิตด้วยเสียงอันดัง แล้วล้มลงสลบไป นางเฮงสีฮูหยินตกใจเข้าไปดูสามี จึงคิดการไปทำบุญอุทิศให้บูเชียงก๋ง ตอนเช้าจึงชวนกันไปทำบุญที่วัดเลงอืมยี่ เห็นอักษรคำโคลงเขียนว่า “จับเสือได้ง่าย เมื่อจะปล่อยนั้นยาก” ทั้งสองเจอหลวงจีนบ้า แล้วให้เขียนคำโคลง หลวงจีนเขียนว่า “ชีนไคว่เป็นมหาอุปราชสำหรับทำนุบำรุงแผ่นดิน แต่คนทั้งหลายพากันเห็นว่าชีนไคว่เป็นเสี้ยนหนามศัตรูแผ่นดิน คิดล้างผลาญผู้มีสติปัญญาและกตัญญูต่อแผ่นดินเสีย ปรารถนาจะให้แผ่นดินซ้องสาบสูญไปเป็นเชลยแก่พวกฮวนฝ่ายทิศตะวันออก ถ้าชีนไคว่พบซีฉวนเข้าเวลาไรก็จะถึงซึ่งชีวิต”   ชีนไคว่อ่านแล้วโกรธมาก จะจับหลวงจีนฆ่าเสีย แต่หลวงจีนหนีไปได้

        ฝ่ายชีนไคว่ตั้งแต่ให้คนไปจับหลวงจีนแล้วไม่สบาย นอนหลับฝันเห็นพระยายมมาจับจะเอาไปทำโทษทุกวัน จนเกิดฝีที่สันหลังอาการทรุดหนัก

       ฝ่ายเหกมันเหลงนายทหารใหญ่แคว้นฮุนหนำซึ่งเป็นเพื่อนของงักฮุน ยกทัพมาประชิดด่านแผ่นดินซ่ง ขอให้ส่งตัวชีนไคว่คนขายชาติมาให้ตนก็จะยกทัพกลับ เมืองหน้าด่านจึงรีบทำหนังสือถึงเมืองหลวง ฮ่องเต้ตกพระทัย เสด็จไปหาชีนไคว่เห็นอาการหนัก จึงมิได้ปรึกษาการทัพ ข้างแม่ทัพเหกมันเหลงไม่เห็นหนังสือตอบ จึงยกทัพล่วงเลยเข้าประชิดเมืองหลวง ด้วยไม่มีด่านใดๆขัดขวาง ฝ่ายเมืองหลวงไม่มีใครที่จะสู้รบได้ ข้างนางลิสีฮูหยินเห็นเหกมันเหลงยกทัพไปเมืองหลวงไม่สบายใจ จึงมีหนังสือไปปรามยกเหตุผลต่างๆจน เหกมันเหลงยกทัพกลับเมืองฮุนหนำ

        ฝ่ายชีนไคว่ป่วยอาการหนักพิษฝีกำเริบ ร้องเสียงดังออกชื่อบูเชียงก๋งแล้วขาดใจตาย พนักงานจึงนำศพไปฝังตามยศใจเสี่ยงมหาอุปราช

        ฝ่ายเมืองไตกิมก๊กเมื่อทราบข่าวการถึงแก่กรรมของบูเชียงก๋ง กิมงึดตุดจึงยกทัพด้วยรี้พลห้าสิบหมื่น หัวเมืองด่านจึงรีบทำหนังสือถึงเมืองหลวง ฝ่ายนางเฮงสีทราบข่าวก็ดีใจ ด้วยมีใจอยู่กับกิมงึดตุด จึงชวนชีนฮีบุตรชายให้ไปหาแม่ทัพ แต่ถูกปีศาจชีนไคว่ปรากฏใบหน้าเละมีเครื่องพันทนาการเต็มตัว ก็ตกใจร้องหวีดล้มลงขาดใจตาย ชีนฮีผู้บุตรจึงเอาศพไปฝัง ตอนเช้าฮ่องเต้ออกว่าราชการถามว่าใครจะยกทัพไปรบกับกองทัพฮวน ข้างปีศาจบูเชียงก๋งเข้าสิงหลออูจิบ ร้องทูลด้วยเสียงอันดังว่า ข้าพเจ้างักฮุยจะขอรับอาสาไปปราบปรามข้าศึกเอง ฮ่องเต้ซ่งเกาจงตกพระทัยสิ้นสติพลัดตกจากพระที่นั่ง ตั้งแต่นั้นมาประชวรหนักไม่มีโอรสที่จะครองแผ่นดินต่อไปจึงรับสั่งให้ยกเกียนอ๋องอุยผู้เป็นหลานโป้ยอ๋อง พระราชบุตรฮ่องเต้เตียคังเอี๋ยน แล้วเสด็จสวรรคต เกียนอ๋องอุยขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า ฮ่องเต้ซ่งเสี้ยวจงเมื่อพ.ศ. ๑๗๐๕  

        ฝ่ายเตียซินเชื้อพระวงศ์ จึงเข้าเฝ้าฮ่องเต้องค์ใหม่แล้วกราบทูลว่า “ข้อหนึ่งขอให้เอาตัวขุนนางกังฉินไปจำใส่คุกเสียให้สิ้น พวกราษฎรและหัวเมืองทั้งหลายก็จะยินดีมาช่วยราชการ ข้อสองบูเชียงก๋งซึ่งชีนไคว่คิดฆ่าตายเสียนั้น ขอให้ปลูกศาลทำรูปบูเชียงก๋งขึ้นไว้เซ่นไหว้บูชา ด้วยขุนนางและราษฎรหัวเมืองทั้งปวงนับถือว่าบูเชียงก๋งเป็นคนสัตย์ซื่อกตัญญูต่อแผ่นดิน รู้ว่าพระองค์นับถือปลูกศาลเซ่นไหว้บูชามีความชอบต่อแผ่นดินดังนี้แล้ว คนทั้งปวงมึความยินดี พร้อมใจกันเข้าเป็นทหารช่วยปราบปรามกิมงึดตุด ผู้เป็นศัตรูซึ่งจะเข้ามาทำร้ายแย่งชิงเอาสิริราชสมบัติ ข้อสามขอให้ยกโทษบุตรภรรยาบูเชียงก๋ง แต่งขุนนางออกไปรับกลับเข้ามาทำนุบำรุงเลี้ยงให้มียศสมควรกับความชอบของบูเชียงก๋ง ข้อสี่ขอให้แต่งขุนนางที่มีสติปัญญาออกไปเกลี้ยกล่อมอ้อนวอนชักชวนงูเกาและทหารของบูเชียงก๋งที่ไปอยู่เขาไทฮังซัวให้เข้ามาทำราชการเป็นขุนนางตามเดิม ข้อห้าให้มีหนังสือประกาศไปหาตัวนายทหารพวกพ้องของบูเชียงก๋ง ซึ่งกระจัดกระจายไปอยู่ทุกบ้านทุกเมือง ให้เข้ามาทำราชการ จะทรงชุบเลี้ยงให้เป็นขุนนางสมกับบำเหน็จความชอบ”  ทรงเห็นด้วยทุกข้อแล้วรับสั่งให้ทำทุกข้อ

        ฝ่ายนางลิสีฮูหยินเดินทางเข้าเมืองหลวง เข้าเฝ้าตามรับสั่ง ทรงตั้งให้เป็นที่ อิดพินฮูหยิน มียศใหญ่กว่าฮูหยินทั้งหลาย ตั้งให้งักหลุย งักเข่ง งักหลิม งักจิ้น บุตรชายบูเชียงก๋ง เป็นที่ โฮแจะ ขุนนางนายทหารใหญ่ พร้อมทั้งนายทหารที่เป็นลูกน้องของบูเชียงก๋งทุกคน เมื่อทำศาลเจ้าให้บูเชียงก๋งเสร็จ ทรงหองให้เป็นที่ งักก๊กอ๋อง หองให้งักฮุนเป็นที่ ตงเลียดก๋ง นางงักปันเสียเจียะบุตรหญิงบูเชียงก๋งเป็นที่เฮาหัวฮูหยิน ให้เตียเหียนเป็นเซงหงีเจียงกุน ทำรูปจารึกชื่อเดิมนามบรรดาศักดิ์ไปไว้ในศาลเจ้าบูเชียงก๋ง แต่ซีฉวนทรงตั้งให้เป็นโทเอีย คือพระภูมิเจ้าที่ทำศาลเจ้าไว้ที่สะพานเจงอันเกีย เฮงฮวยนั้นให้เป็น โทตี๋เทพารักษ์เจ้าที่ ทำศาลเจ้าไว้ที่แม่น้ำเพงตังเอี๋ย เตียเปา ทึงฮวย เอียไจเฮง สามคนหองให้เป็นที่ ตงยงเจียงกุน นายทหารพวกบูเชียงก๋งที่ตายในการศึก บุตรภรรยาขุนนางที่ตายแล้วก็พระราชทานเงินให้ทุกคน

        แล้วรับสั่งให้งูเกา จิวซำอุย เป็นตุลาการชำระโทษพวกกังฉินให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ทั้งสองคนจึงชำระสะสางคดีความทั้งหมด แล้วให้ขุดเอาศพชีนไคว่กับนางเฮงสีขึ้นมาฟังคำพิพากษา ชีนฮีบุตรชายชีนไคว่ เมกคิหู หลออูจิบ ทั้งห้าให้ตัดศีรษะไปเสียบประจานไว้หน้าเมือง ส่วนเตียวจุน นั้นกระทำข่มเหงราษฎรให้เอาไปมัดไว้ให้ประชาทัณฑ์ ด้วยการแล่เนื้อเถือหนังจนตาย แล้วรับสั่งให้เอาเหล็กมาหล่อเป็นรูปชีนไคว่ นางเฮงสี เมกคิหู เตียวจุน สี่รูปหมอบอยู่ตรงหน้าศาลสำหรับให้คนเหยียบขึ้นลง ส่วนบุตรหลานของชีนไคว่ถูกฆ่าสิ้น บุตรภรรยาของเมกคิหู หลออูจิบ เตียวจุนให้เนรเทศไปฮุนหนำ แต่ถูกฆ่าตามทางสิ้น

        ฝ่ายกองทัพฮวนห้าสิบหมื่นเดินทัพมาถึงด่านตำบลจูเซียนติ้น ให้ตั้งค่ายลง กิมงึดตุดแม่ทัพทราบว่าแม่ทัพคืองักหลุยบุตรคนที่สองของงักฮุย คิดว่าเมืองนิ่มอันคงไม่มีนายทหารที่มีสติปัญญา ส่งแต่ทหารเด็กออกรบ แต่ปรากฏว่านายทหารเอกฮวนถูกฆ่าตายหลายคน จึงจำเป็นต้องใช้เวทมนตร์เข้าช่วย แต่ก็แพ้ยับเยิน

        ฝ่ายงักหลุยแม่ทัพยกทัพเข้าเมืองฮวน กิมงึดตุดแม่ทัพตายในสนามรบ กองทัพงักหลุยตีด่านต่างๆผ่านเข้าไปถึงเมืองหลวงไตกิมก๊ก ฮ่องเต้ลังจู๊จึงให้ขุนนางออกไปขอยอมเป็นไมตรียอมสวามิภักดิ์เมืองซ่งตามแต่ก่อนมา งักหลุยสั่งให้แต่งขุนนางเมืองไตกิมก๊กเชิญพระศพฮ่องเต้คือ องค์ไท่เซียงฮองกับฮ่องเต้ซ่งคิมจง พร้อมเตียกีเสงขุนนางที่ตกค้างอยู่คนเดียวกลับเมืองนิ่มอัน นอกจากนี้ให้ส่งเครื่องสำหรับฮ่องเต้ที่กิมงึดตุดเอามาจากเมืองเปียนเหลียงขอให้ส่งคืน ฝ่ายนายทหารที่ยกมาอยากได้ผลประโยชน์จากเมืองกิมก๊กคือเข้าปล้น แต่งักหลุยจึงว่า “เมืองไตกิมก๊กเป็นเมืองใหญ่ใจคนก็กระด้าง ครั้นจะกดขี่เอากันนัก ก็จะชอกช้ำหมองหมางเป็นเวรติดต่อกันไป เราจึงเอาความดีเข้าต่อ ให้ไพร่บ้านพลเมืองเห็นความดีว่า พวกเราไม่มีความเบียดเบียน ให้ความดีของเราปรากฏอยู่ในแผ่นดินสืบไป โดยว่าการข้างหน้าเจ้าแผ่นดินไตกิมก๊กจะคิดเป็นศัตรูขึ้นเหมือนกิมงึดตุด ก็คงมีความละอายแก่ราษฎรและราษฎรเหล่านั้นก็จะไม่เต็มใจด้วย เราคิดเห็นการดังนี้ จึงสู้ระงับความโลภและความปรารถนาสรรพสิ่งทั้งปวงเสีย...”   

        ฝ่ายเมืองนิ่มอัน เมื่อฝังพระศพฮ่องเต้ทั้งสองพระองค์แล้ว โปรดฯให้สร้างศาลเจ้าบูเชียงก๋งขึ้นใหม่ให้ใหญ่โตที่ตำบลซีเหี่ยเนี้ย ฮ่องเต้ซ่งเสี้ยวจงรับสั่งให้เลื่อนฐานันดรบูเชียงก๋งจาก งักก๊กอ๋อง เป็น บูเมกอ๋อง เชิญรูปไปไว้ที่หอตังชินเปียวเหมือนหอไทเปียวที่ไว้รูปพระราชวงศ์ เลื่อนนางอิดพินฮูหยินเป็น ฮวดอ๋องฮูหยิน ตั้งงักหลุยเป็นที่ เพงปักอ๋อง แม่ทัพใหญ่ ตั้งงักเข่ง งักหลิม งักจิ้น เป็นที่ เจียงกุน ขุนนางนายพลทหารผู้ใหญ่  หองให้ งักฮุน เตียเหียน งูเกา เฮงหวย ซีฉวน หกนายที่ตายเป็นที่เจียงกุน หองให้ กิดแช เลียงเฮง เตียหุน จิวแช เอาเอียงซองเสียง เฮงกุ้ย ทึงฮวย เตียเฮียน จูกัดเอง เอียไจเฮง ตังเซียน กอทอง แต้ฮวย เตียกุย อือฮวยเหลง ฮอง่วนเตง  สิบหกนายที่ตายในกลางศึกเป็นพระภูมิเจ้าที่ มีศาลเจ้าของแต่ละท่าน นอกจากนี้ยังได้ทรงตั้งนายทหารอีกยี่สิบนายเป็นที่จงเปีย ฝ่ายทหารกำกับหัวเมือง เหล่าทหารทั้งหมดต่างได้รับตำแหน่งเบี้ยหวัดเพิ่มขึ้นทุกคน

        งักฮุยได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน ปราบปรามศัตรูผู้เป็นเสี้ยนหนามของแผ่นดิน มีความโอบอ้อมอารีต่อทหารทั้งปวง ตลอดจนปวงราษฎร จึงได้มีการสร้างศาลเจ้าขึ้นเพื่อบูชาเซ่นไหว้ระลึกถึงตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่ได้กระจายไปตามมณฑลต่างๆ เพราะสมัยราชวงศ์ชิง พวกแมนจู กล่าวกันว่าฮ่องเต้ไม่สนับสนุนงักฮุย เพราะงักฮุยซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินจีน แต่ไม่ได้ซื่อสัตย์ต่อเจ้านายพวกนอกด่าน

 

           :  สมบูรณ์ แก่นตะเคียน   ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

Title    :   Yue Fei  

         

          :   Somboon Kantakian

 

 

 

ภาพประกอบ

จาก

กูเกิ้ล

******

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ

สรุปย่อเรื่อง ปรับปรน จาก  ซวยงัก ( ๒๕๑๔ ) ๕ เล่ม กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา.

หมู่บ้านเชียวตี้ ตำบลหยงเหอ ถางหยิน เฉียงโจว  เหอหนาน ปัจจุบันคือ อำเภอถางหยิน จังหวัดอันหยาง มณฑลเหอหนาน

  สิ้นรัชกาลฮ่องเต้ซ่งเกาจง องค์ชายจ้าวเซิ่นเสด็จขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า ฮ่องเต้ซ่งเสี้ยวจง ในปีพ.ศ. ๑๗๐๕ ได้สถาปนา งักฮุย เป็น จงอู่ หมายถึง ทหารผู้ซื่อสัตย์ ถึงปีพ.ศ. ๑๗๒๒ ได้รับการสถาปนาเป็น อู่มู่   เป็นนักบุญทหาร คือ เทพเจ้าแห่งสงคราม     

    ไตกิมก๊ก หรือ อาณาจักรจิน ระหว่างค.ศ. ๑๑๑๕ - ๑๒๓๔ ตั้งอยู่ทางเหนือของจีน เป็นชนเผ่าจูเสิ่น ต่อมาเรียก แมนจู หรือมองโกล ระหว่างค.ศ. ๑๑๑๕ – ๑๒๓๔ มีฮ่องเต้ ๑๐ พระองค์ ปฐมวงศ์คือ หวันหยัน อะกู่ต่า ตามเนื้อเรื่องเรียกว่า กิมงึดตุด เป็น ฮ่องเต้ไท่จู่ ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ. ๑๑๑๕ – ๑๑๒๓ องค์ต่อมาคือ ฮ่องเต้ไท่จง (หวันหยัน อู่จี่ไหม่) ครองราชย์ระหว่างค.ศ. ๑๑๒๓ –๑๑๓๕ ฮ่องเต้ซีจง (หวันหยัน เหอหลา หรือ หวันหยัน ตั่น) ครองราชย์ระหว่างค.ศ. ๑๑๓๕ – ๑๑๔๙ ในช่วงชีวิตของงักฮุย จะเห็นว่า กิมงึดตุดเป็นนามที่ใช้เรียกรวมแม่ทัพที่ยกมาตีเมืองซ่ง         

       

 แก้ไขเพิ่มเติม 24/06/2560       

       

 

 

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน