Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
จีนศึกษา
  CHINESE TEXT PROJECT
  STANDARD CHINESE
  เส้นสายลายอักษร
  ลัทธิเต๋า
  รวมเรื่องจีนศึกษา-China Knowledge
  วัฒนธรรมศึกษาจากเว็บต่างๆ
  วัฒนธรรมศึกษาจากภาพ
  พระบรมฉายาลักษณ์ของฮ่องเต้
  มังกรจีนสมัยโบราณ
  มังกรจีนศึกษา
  เลือกเพศให้ลูก
  จีนโบราณจาก บริทิชมิวเซียม
  การเดินทางไกลของเหมาเจ๋อตุง
  จีนในปัจจุบัน
แซ่สกุล
  แซ่ตระกูลที่ใช้กันมาก
  ข้อมูลตระกูลแซ่ต่างๆ
  ประวัติบางแซ่สกุล
  200 แซ่สกุลที่ใช้มาก
  ตระกูลแซ่หลิน
มหาวิทยาลัยชั้นนำ
  BEIJING UNIVERCITY
  Shanghai Jiao Tong University
  Tsinghua University
  Xi'an Jiaotong University
  The Chinese University of Hong Kong
  The University of Hong Kong
  The Hong Kong University of Science and Technology
  Southeast University
  East China Normal University
  Tongji University
  Huazhong University of Science and Technology
  The Hong Kong Polytechnic University
  Tianjin University
  City University of Hong Kong
  Harbin Institute of Technology
  Wuhan University
  China Agricultural University
  Renmin University of China
  Xiamen University
  Fudan University
  Hong Kong Baptist University
  Shandong University
  Nanjing University
  University of Science and Technology of China
  Zhe Jiang University
พิพิธภัณฑ์และหอสมุด
  NATIONAL LIBRARY OF CHINA
  CHINA'S MUSEUMS
  GREAT WALL OF CHINA
  SACRED MOUNTAINS OF CHINA
หนังสือพิมพ์
  Xinhua
  People's Daily
  China Daily
  China News
  China .com.cn
  China Youth Daily
เจ - มังสวิรัติ - VEGETARIAN
  เจ-อิ่มบุญ
  พลังบุญ
  เมนูอาหารเจ
  เจทิพย์
  อาหารมังสวิรัติ
  International Vegetarian Union (IVU)
  The Veggie Hub
  Vegetarianism
  A Guide to Vetetarian
  simple-veganista.com/all-recipes
เว็บเครือสมบูรณ์
  ตระกูลแซ่หลิน
  ภูเก็ตสารสนเทศ
  สมบูรณ์แก่นโน้ต

จางซื่อเจ๊ะ 張世傑

 

 

        จางซื่อเจ๊ะ หรือ เตียวเส้เก๊ก 張世傑   ผู้เป็นหนึ่งในสามวีรบุรุษแห่งราชวงศ์ซ่งใต้ 宋末     หรือเป็นที่รู้จักในชื่อว่า ไต่ซ้องซำตองอ๋อง 大宋三忠王 ส่วนอีกสองท่านคือ เหวินเทียนเสียง หรือ บุ๋นเทียนเสียง 文天祥   และลกสิ่วหู้ หรือ ลู่เชี่ยวฟุ  陆秀夫

        จางซื่อเจ๊ะ ถือกำเนิดเมื่อพ.ศ. ๑๗๖๐ ปีฉลู ที่ตำบลจ้าวฟ่านหยาง ปัจจุบันคืออำเภอจัวเสี้ยน ในมณฑลเหอเป่ย จากครอบครัวแซ่จางหรือแซ่เตียว ที่มีฐานะดี ซึ่งขณะนั้นเมืองนี้อยู่ในความครอบครองของอาณาจักรจินกิมก๊ก   ในสมัยเด็กจางมีความสนใจในการใช้อาวุธ เขาจึงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับตำราพิชัยสงครามและยุทธวิธีในการรบ ตลอดจนการฝึกฝนตนเองจนชำนาญในเพลงอาวุธในวัยหนุ่ม ต่อมาบิดาถูกกล่าวโทษ ครอบครัวจึงอพยพลงใต้ไปอยู่ในอาณาจักรซ่งใต้ จางจึงเข้าสมัครสอบแข่งขันฝ่ายบู๊เพื่อรับราชการทหาร และเขาสอบผ่าน

          จางจึงเริ่มรับราชการตั้งแต่สมัยฮ่องเต้ซ่งหลี่กง (จ้าวอวิ๋น) ด้วยเหตุที่อาณาจักรซ่งใต้ เป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำลำคลองมากมายและติดทะเล จึงจำเป็นต้องสร้างกองทัพเรือ สร้างเรือรบ สร้างท่าเทียบเรือ อู่ต่อเรือ เพิ่มมากขึ้น และกำลังเกิดสงครามกับมองโกล กองทัพเรือจึงมีความจำเป็นมาก ด้วยเหตุนี้ จางซื่อเจ๊ะจึงได้รับคำสั่งให้ไปประจำที่กองทัพเรือ ซึ่งต้องเรียนรู้ยุทธวิธีทั้งบนบกและทางน้ำ

       เมื่อมองโกลเริ่มเปิดฉากโจมตีห้วเมืองตามลุ่มแม่น้ำทางเหนือเรื่อยลงมาจนถึงลุ่มแม่น้ำแยงซี ด้วยหวังที่จะเข้ายึดเมืองหลวงหลินอาน (หางโจว) แต่ฝ่ายซ่งก็มีเมืองป้อมปราการหน้าด่านที่สำคัญอยู่สองเมือง คือ เมืองเซียนหยางกับเมืองฝานเฉิง ริมฝั่งแม่น้ำฮั่นที่ไหลบรรจบสู่แม่น้ำแยงซีที่เมืองอู่ฮั่น มองโกลจึงต้องปรับปรุงกองทัพด้วยการเพิ่มกองทัพเรือ หาคนด้วยวิธีการเอานายทหารซ่งที่แปรพักตร์ เข้าไปชี้แนะยุทธวิธีที่จะเข้ายึดเมืองหลวง รวมทั้งได้ขอความช่วยเหลือจากชาติตะวันออกกลางขอผู้เชี่ยวชาญอาวุธสมัยใหม่มาใช้ จ้างนายทหารชาติตุรกีมาเป็นแม่ทัพคือ นายพลป๋อเอี๋ยน  

        ฝ่ายซ่งใต้เปลี่ยนรัชกาลเป็นฮ่องเต้ซ่งตู้กง (จ้าวเมิ่งฉี) เมื่อพ.ศ. ๑๘๐๗ ที่ทรงอยู่ภายใต้อิทธิพลของนายพลเจี่ยซื่อเต้า ผู้เป็นเอกอัครมหาเสนาบดี ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งด้วยเส้นสายน้องสาว คือพระนางเจี่ย เขาไม่มีความรู้พอที่จะช่วยบริหารบ้านเมืองกลับเกรงกลัวข้าศึก เอาใจออกหาก เป็นไส้ศึก กลั่นแกล้งนายพลที่รักษาเมืองทั้งสองและหัวเมืองที่สำคัญ จนพวกเขาหันหน้าไปพึ่งศัตรู

        ถึง พ.ศ. ๑๘๑๐ กองทัพมองโกลจึงยกประชิดเมืองเซียนหยางและฝานเฉิง ใชแวลารุกรบอยู่จนถึงพ.ศ. ๑๘๑๖ เมืองหน้าด่านสำคัญก็แตก ทำให้มองโกลควบคุมทางน้ำได้ ตัดการลำเลียงเสบียงอาหารที่จะส่งไปเมืองหลวง บังเอิญในปีเดียวกันนี้ ฮ่องเต้ซ่งตู้กงเสด็จสวรรคตกระทันหัน พวกขุนนางจึงยกองค์ชายจ้าวเสี่ยนพรรษา ๔ ขวบขึ้นเป็นฮ่องเต้ซ่งกงตี้ โดยมีพระนางเจี่ยไท่โฮ่วผู้เป็นย่า และพระนางเฉวียนไท่โฮ่วพระมารดาว่าราชการแทน

        ฝ่ายฮ่องเต้กุไบลข่านรับสั่งให้นายพลป่อเอี๋ยนยกทัพเข้าตีเมืองหลวงทันทีด้วยกำลังพล ๒ แสน ในปีพ.ศ. ๑๘๑๘ ข้างเมืองหลวง นายพลเจี่ยซื่อเต้า ด้วยความจำใจจึงยกกองทัพด้วยรี้พลแสนสามหมื่นออกไปต้านทัพข้าศึก ปรากฏว่าแพ้ยับเยินที่เมืองนานกิงและเมืองซูโจว จึงถอยทัพกลับเมืองหลวง ทางราชสำนักจึงปลดเขาออกทุกตำแหน่ง แล้วเนรเทศไปกว่างตง ขณะเดินทาง เขาถูกนายทหารที่ติดตามฆ่าตาย

        ภายในเมืองหลวง พวกขุนนางผู้ใหญ่ต่างแตกความคิดเป็นสองพวก พวกหนึ่งยอมแพ้มองโกล ยอมทำสัญญาเป็นไมตรี อีกพวกหนึ่งขอสู้ตายซึ่งก็คือกลุ่มของเหวินเทียนเสียง จางซื่อเจ๊ะและลู่เชี่ยวฟุ

        ในปีพ.ศ. ๑๘๑๙ พระนางเจี่ยไท่โฮ่วจึงจำเป็นทรงตัดสินพระทัย ทรงส่งเหวินเทียนเสียงให้ไปเจรจาสงบศึกกับนายพลป๋อเอี๋ยน แต่เกิดปะทะคารมกันขึ้นเหวินถูกกักขัง พระนางเจี่ยจึงส่งคนไปเจรจาใหม่ นายพลจึงยอม

        ฝ่ายที่ไม่ยอมแพ้ นายพลจางซื่อเจ๊ะ ลู่เชี่ยวฟุ จึงทูลเชิญองค์ชายน้อยๆ คือ องค์ชายจ้าวซื่อพระเชษฐา กับองค์ชายจ้าวปิ่งพร้อมพระมารดาพระนางหยาง หนีลงใต้ไปยังเมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน

        แล้วกองทัพมองโกลก็เข้ายึดเมืองหลวงหลินอานได้สะดวกในปีพ.ศ. ๑๘๑๙ ฮ่องเต้ซ่งกงตี้ ถูกลดเป็น กง ส่งฮ่องเต้ พระนางโฮ่วทั้งสอง รวมทั้งเหวินเทียนเสียงและพระราชวงศ์ไปมองโกล แต่เหวินเทียนเสียงหนีเล็ดลอดไปได้ แล้วเดินทางไปสมทบที่เมืองฝูโจว

        ฝ่ายจางซื่อเจ๊ะกับลู่เชี่ยวฟุเมื่อถึงเมืองฝูโจว จึงสถาปนาองค์ชายจ้าวซื่อเป็น ฮ่องเต้ตวนจง พรรษา ๘ ขวบ ให้เฉินอี้จง เป็นอัครมหาเสนาบดีฝ่ายทหาร มีจางซื่อเจ๊ะ เป็นผู้ช่วย ให้หลี่ตงจื่อเป็นอัครมหาเสนาบดีฝ่ายพลเรือน มีลู่เชี่ยวฟุเป็นผู้ช่วยฝ่ายพลเรือน ในปีพ.ศ. ๑๘๑๙

        ฮ่องเต้กุไบลข่านทรงส่งแม่ทัพเข้าตีเมืองฝูโจวแตก จางซื่อเจ๊ะผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ สู้กองกำลังของมองโกลไม่ได้ จึงนำเสด็จฮ่องเต้และพระราชวงศ์ รวมทั้งผู้ติดตามลงใต้ ในปีพ.ศ. ๑๘๒๐ ที่เมืองเฉวียนโจว เขาขอยืมเรือจากพ่อค้าชาวมุสลิมชื่อ ฟุโซ่วเกิง แต่เขาไม่ให้ยืม จางจึงยึดเรือมาจำนวนหนึ่งเพื่อพาฮ่องเต้และพระราชวงศ์ทหารพลเรือนไปกว่างตง ฟุโซ่วเกิงโกรธมากจึงเอาคนไปฆ่าพระราชวงศ์และผู้ติดตามหลายคน ฟุโซ่วเกิงจึงไปเข้าด้วยกับกองทัพมองโกล ทำให้กองเรือรบมองโกลแข็งแรงขึ้นทันตาเห็น

        เมื่อกองเรือพระที่นั่งถูกคลื่นพายุกระหน่ำ ทำให้ฮ่องเต้ประชวร จึงจำต้องหยุดพักที่เกาะหลานเต้า พระองค์ทรงคิดหนัก จึงทรงตัดสินพระทัยกระโจนลงน้ำ องครักษ์เข้าช่วย แต่พระอาการสาหัส เสด็จสวรรคตพ.ศ. ๑๘๒๑  องค์ชายจ้าวปิ่งพรรษา ๙ ขวบ เป็นฮ่องเต้ซ่งตี้ปิ่ง  宋帝  ฝ่ายขุนนางผู้ใหญ่ เหลือแต่ จางซื่อเจ๊ะ เป็นอัครมหาเสนาบดีฝ่ายทหาร ลู่เชี่ยวฟุเป็นอัครมหาเสนาบดีฝ่ายพลเรือน จางจึงนำเสด็จไปยังตำบลหยาเหมินมีแม่น้ำตะวันตกไหลผ