Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
จีนศึกษา
  CHINESE TEXT PROJECT
  STANDARD CHINESE
  เส้นสายลายอักษร
  ลัทธิเต๋า
  รวมเรื่องจีนศึกษา-China Knowledge
  วัฒนธรรมศึกษาจากเว็บต่างๆ
  วัฒนธรรมศึกษาจากภาพ
  พระบรมฉายาลักษณ์ของฮ่องเต้
  มังกรจีนสมัยโบราณ
  มังกรจีนศึกษา
  เลือกเพศให้ลูก
  จีนโบราณจาก บริทิชมิวเซียม
  การเดินทางไกลของเหมาเจ๋อตุง
  จีนในปัจจุบัน
แซ่สกุล
  แซ่ตระกูลที่ใช้กันมาก
  ข้อมูลตระกูลแซ่ต่างๆ
  ประวัติบางแซ่สกุล
  200 แซ่สกุลที่ใช้มาก
  ตระกูลแซ่หลิน
มหาวิทยาลัยชั้นนำ
  BEIJING UNIVERCITY
  Shanghai Jiao Tong University
  Tsinghua University
  Xi'an Jiaotong University
  The Chinese University of Hong Kong
  The University of Hong Kong
  The Hong Kong University of Science and Technology
  Southeast University
  East China Normal University
  Tongji University
  Huazhong University of Science and Technology
  The Hong Kong Polytechnic University
  Tianjin University
  City University of Hong Kong
  Harbin Institute of Technology
  Wuhan University
  China Agricultural University
  Renmin University of China
  Xiamen University
  Fudan University
  Hong Kong Baptist University
  Shandong University
  Nanjing University
  University of Science and Technology of China
  Zhe Jiang University
พิพิธภัณฑ์และหอสมุด
  NATIONAL LIBRARY OF CHINA
  CHINA'S MUSEUMS
  GREAT WALL OF CHINA
  SACRED MOUNTAINS OF CHINA
หนังสือพิมพ์
  Xinhua
  People's Daily
  China Daily
  China News
  China .com.cn
  China Youth Daily
เจ - มังสวิรัติ - VEGETARIAN
  เจ-อิ่มบุญ
  พลังบุญ
  เมนูอาหารเจ
  เจทิพย์
  อาหารมังสวิรัติ
  International Vegetarian Union (IVU)
  The Veggie Hub
  Vegetarianism
  A Guide to Vetetarian
  simple-veganista.com/all-recipes
เว็บเครือสมบูรณ์
  ตระกูลแซ่หลิน
  ภูเก็ตสารสนเทศ
  สมบูรณ์แก่นโน้ต

ตันเซ่งอ๋อง 陳聖王

 

 

 

        ตันเซ่งอ๋อง  陳聖王  เป็นเทพเจ้าอีกองค์หนึ่ง ที่มีผู้เคารพนับถือกันมาก และถือกันว่า ท่านเป็นบรรพบุรุษคนหนึ่งของสกุลแซ่ตันสายฮกเกี้ยน

        ตันเซ่งอ๋องมีชื่อที่เรียกกันหลายชื่อ เช่น  เฉินเซิ่งหวาง ไค่จ้างเซิ่งหวาง 開漳聖王 ตามลัทธิเต๋าขานนามท่านว่า ช่วนแหยนจาวเล่ยโหว 順應昭烈侯   ก๋วงจี้หวาง 廣濟王  เว่ยฮุ่ยเซิ่งหวาง    威惠聖王  เป็นต้น

        ตันเซ่งอ๋อง นามเดิมว่า  หยวนก้วง แซ่เฉิน 陳元光 หรือ หยวนกวน แซ่ตัน ชื่อแบบฉบับเฉพาะตัวว่า เฉินแหยนจี้ 陳延炬 หรือเฉินเถียงจี้ 廷炬  ชื่อแบบนามแฝงว่า เฉินหลงหู 陳龍湖 เฉินหยวนก้วง ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๕ ค่ำ เดือน ๒ พ.ศ. ๑๒๐๐ ตรงกับรัชสมัยฮ่องเต้ถังเกาจง ( หลี่จื้อ ) แห่งราชวงศ์ถัง ในปีรัชกาลเสี่ยนชิ่งที่ ๒ บิดาชื่อ เฉินเจิ้ง 陳政 หรือ ตันเจ่ง เป็นนายพลกองทัพราชวงศ์ถัง ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวนักรบโดยแท้ คล้ายครอบครัวขุนศึกตระกูลหยาง ย่าของหยวนก้วงเป็นนายพลทหารหญิงคือ เว่ยเล่าฮูหยิน 魏老夫人 ส่วนสถานที่กำเนิดมีหลายตำนานที่บันทึกไว้ คือ อำเภอกู้ฉิ๋เสี้ยน จังหวัดซิ่นหยาง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ มณฑลเหอหนาน บางตำนานว่า กำเนิดที่ตำบลใกล้แม่น้ำจ้าง หรือ จ้างเหอ หรือจ้างเจียงหรือชิงจ้าง ใกล้เมืองอันหยาง ทางตอนเหนือของมณฑลเหอหนาน ที่มีอาณาเขตติดต่อกับมณฑลซานซีและมณฑลเหอเป่ย ทางภาคเหนือ ดังนั้นบางตำนานว่าท่านกำเนิดที่มณฑลซานซี ซึ่งเป็นไปได้ทั้งสิ้น เพราะในสมัยนั้น ยังไม่ได้แยกเป็นมณฑลอย่างชัดเจนเหมือนปัจจุบัน 

        เฉินเจิ้ง ผู้บิดารับราชการเป็นทหาร ยศนายพลระดับไต้เจียง

จวิน หรือ เฉินเจิ้งไต้เจียงกุน หรือ เฉินเจิ้งไต้เจียงจวิน 陳政大將軍 ซึ่งเป็นตำแหน่งนายพลระดับสูง ต่ำกว่านายพลชั้นสูงสุดที่เรียกว่า ซานกง หรือสามผู้ยิ่งใหญ่ เพียงหนึ่งขั้น

        ในช่วงสมัยเด็ก ด้วยสิ่งแวดล้อมที่บิดาปู่ย่าและครอบครัวเป็นนายทหาร เขาจึงมีจิตใจฝักใฝ่ทางทหาร และด้วยความที่มีร่างกายแข็งแรงบึกบึน สติปัญญาเฉลียวฉลาด เขาจึงเรียนรู้ในเรื่องอาวุธชนิดต่างๆ เพลงอาวุธ ตำราพิชัยสงคราม ที่ได้รับการอบรมจากย่าและครอบครัว เขาจึงเป็นหลานรักของย่าเว่ยเล่าฮูหยินมาก นอกจากวิชาฝ่ายบู๊แล้ว เขายังได้รับการศึกษาด้านการเขียน วรรณกรรม โคลงกลอน ประวัติศาสตร์และการปกครอง ตามสมัยนิยมที่บุตรขุนนางผู้ใหญ่ในสมัยนั้นพึงได้รับ

        เมื่อหยวนก้วงอายุได้ ๑๓ ปี ทางเมืองหลวงได้ประกาศสอบแข่งขันจอหงวนฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋น หยวนก้วงในฐานะบุตรนายทหารที่มีความเชี่ยวชาญการใช้เพลงอาวุธต่างๆ จึงสมัครเข้าแข่งขันชิงตำแหน่งจอหงวนฝ่ายบู๊ด้วย ปรากฏว่าเขาสอบได้ระดับ

จินซื่อหรือจิ้นสือฝ่ายบู๊   

        สถานการณ์บ้านเมืองสมัยฮ่องเต้ถังเกาจง ซึ่งครองราชย์ระหว่างพ.ศ. ๑๑๙๒ – ๑๒๒๖ ทางภาคเหนือพวกชนเผ่าทูเจี๊ยะ ทุฟ่าน ก่อความไม่สงบบริเวณทะเสสาบชิงไห่ที่ถูกข้าศึกยึดเมืองไป ๑๘ เมือง รวมทั้งพวกโกกุเรียวทางตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะเดียวกันทางภาคใต้พวกชนเผ่าต่างๆที่อาศัยอยู่ตามภูเขา ต่างตั้งตนเป็น ไต้อ๋อง ยกกองทัพเข้าตีกองทัพหลวง ปล้นคนเดินทาง ฮ่องเต้จึงทรงตั้งแม่ทัพให้ไปปราบชนเผ่าที่ก่อการทางภาคเหนือ

        ส่วนทางภาคใต้บริเวณมณฑลฝูเจี้ยนหรือฮกเกี้ยน กว่างตง เจียงซี ไหหลำ และมณฑลใกล้เคียง ทรงตั้งนายพลเฉินเจิ้งไต้เจียงจวิน เป็นแม่ทัพ ให้ยกไปปราบพวกโจรภูเขาบริเวณดังกล่าว นายพลเฉินเจิ้งจึงเตรียมกองทัพ แล้วเคลื่อนพลจากเหอหนานลงภาคใต้ เมื่อพ.ศ. ๑๒๑๓ ฝ่ายหยวนก้วง เห็นเป็นโอกาสเหมาะที่จะหาประสบการณ์ในการสงคราม จึงขออนุญาตติดตามบิดาลงไปด้วย บิดาเห็นว่าบุตรมีความสามารถทางเพลงอาวุธพอตัวจึงอนุญาตให้ไปในกองทัพ ถึงแม้จะมีอายุเพียง ๑๓ ปี ซึ่งต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นนายทหาร

        กองทัพของเฉินเจิ้งยกลงมาตั้งที่มณฑลฝูเจี้ยน ใกล้บริเวณแม่น้ำสายหนึ่งที่ไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ ตรงกันข้ามเกาะไต้หวัน เขาเห็นชัยภูมิเหมาะที่จะตั้งและขยายเป็นเมืองได้ จึงตั้งกองทัพลง ณ ที่นั้น ด้วยมีอาหารอุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นการระลึกถึงบ้านเดิมที่มา เขาจึงเรียกแม่น้ำบริเวณนั้นว่า แม่น้ำจ้างเจียง เช่นเดียวกับบ้านเดิมที่เหอหนาน

        บริเวณมณฑลต่างๆดังกล่าว เต็มไปด้วยพืดเขาสูงที่สลับซับซ้อน มีที่ราบระหว่างภูเขาหรือหุบเขาที่สามารถปลูกข้าวจ้าวได้ มีฝนตกชุก ป่าดงทึบ พวกชนเผ่าต่างๆอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งพวกจีนฮั่นที่อพยพลงมาตั้งหลักแหล่ง แต่สมัยราชวงศ์จิ้นตะวันตกและจิ้นตะวันออกแล้ว พวกหัวหน้าชนเผ่าจึงปกครองกันเอง เผ่าใดแข็งแรงก็เป็นผู้นำและอยู่ได้นาน ต่างตั้งตนเป็น ไต้อ๋อง แต่ละชนเผ่าจึงมีพื้นที่กว้างขวางขนาดขี่ม้าหลายวันจึงข้ามแดนได้ จึงยากที่ทางทหารเมืองหลวงจะยกไปปราบ ด้วยไม่ชำนาญในภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน และไม่ชำนาญในการรบแบบกองโจร

        จึงมีทางเดียวที่ทางราชการจะทำคือกล่อมพวกเขาให้เลิกเป็นโจร และแต่งตั้งให้เป็นอ๋องปกครองกันเอง แต่ขึ้นกับทางเมืองหลวง แต่มีหลายเผ่าที่ไม่ยอมขึ้นกับเมืองหลวง ทางราชการจึงยกกองทัพเข้าไปปราบ นายพลเฉินเจิ้งจึงต้องฝึกทหารให้สามารถสู้รบกับกองโจรเหล่านั้นได้

        ในปีพ.ศ. ๑๒๒๐ เมื่อหยวนก้วงอายุได้ ๒๐ ปี เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายพลทหารที่สามารถสู้รบชนะกองทัพพวกไต้อ๋องได้  วันหนึ่งขณะที่กองทัพของนายพลเฉินเจิ้งถูกล้อมบนภูเขาสูงหลายวัน จึงตีแหกวงล้อมออกมา แต่ด้วยเหตุที่ไม่มีความชำนาญในภูมิประเทศ จึงถูกข้าศึกเข้าล้อม เขาต่อสู้จนถึงแก่อนิจกรรมที่นั้น เมื่อพ.ศ. ๑๒๒๐ ในเดือน ๔ ในปีหยีเจิ้งที่ ๒ รัชกาลฮ่องเต้ถังเกาจง ( หลี่จื้อ ) หยวนก้วงจึงต้องรักษาหน้าที่แม่ทัพแทนบิดา แล้วนำศพบิดากลับเมืองประกอบพิธีฝังศพจนเสร็จสิ้น พร้อมทั้งมีใบบอกแจ้งข่าวไปยังเมืองหลวง

        ฝ่ายเมืองหลวง ฮ่องเต้ถังเกาจงจึงโปรดเกล้าฯพระราชทานยศหยวนก้วงเป็น นายพลรักษาพระองค์ฝ่ายซ้าย คือ อวี้เหลียงเว่ยยี่ฝุ๋จั๋วหลางเจี้ยง 玉鈴衛翊府左郎將, 铃卫翊府左郎 พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องยศ ประกอบด้วย เข็มขัดหยก หมวก เสื้อ และให้เป็นแม่ทัพแทนบิดา ด้วยอายุเพียง ๒๐ ปี และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นที่ เจิ้งยี่ต้าฝุ๋ 正議大夫 และในตำแหน่งผู้บังคับบัญชากองพลทหารภาคใต้ทั้งหมด

        นายพลหยวนก้วงจึงต้องรับภาระหนัก ในการปราบปรามพวกโจรภูเขาที่ตั้งป้อมค่ายต่างๆหลายเมืองด้วยการต่อต้านการปกครองจากเมืองหลวง เช่น เฉินเชวียน 陳謙, 陈谦 ทำการเคลื่อนไหวตั้งป้อมค่ายที่กว่างตง เหมียวจื้อเฉิง 苗自成, และเหลยว่านซิง 雷萬興, 雷万 ตั้งป้อมค่ายบริเวณภาคใต้ของฝูเจี้ยน

        ดังได้กล่าวแล้วว่า ภาคใต้มีชนเผ่าหลายกลุ่ม ทั้งที่เป็นจีนฮั่นอยู่ในเมืองและไปอาศัยอยู่ตามภูเขา แต่ยังใช้แซ่ เช่น แซ่หลี่ แซ่หม่า แซ่หวาง เป็นต้น ที่เป็นชนเผ่าภูเขาแท้ก็มีกลุ่ม เย้า มูเซอ แม้ว จ้วง เกอหลาว  ที่มณฑลกว่างตงและฝูเจี้ยน 

       เมื่อนายพลหยวนก้วงควบคุมกองทัพภาคใต้ทั้งหมด จึงต้องใช้กุศโลบายในการปกครองคนและกองทัพให้อยู่ร่วมกันได้ และคนเหล่านั้นต่างผสมกลมกลืนกัน เขาจึงต้องใช้อิทธิพลทางอำนาจของเขาเข้ามาปกครอง เมื่อเห็นว่า ตำบลที่อยู่ควรที่จะปรับปรุงขยาย เขาจึงมีใบบอกเข้าเมืองหลวง ให้ขุนนางผู้ใหญ่กราบบังคมทูลพระกรุณา ให้ตั้งเมืองขึ้นเป็นทางการ ณบริเวณเขตพื้นที่ตำบลที่อยู่เดิมบริเวณแม่น้ำจ้างเจียงกับเมืองเฉวียนโจว  

        ฝ่ายทางเมืองหลวงเมื่อพ.ศ. ๑๒๒๙ สมัยฮ่องเต้ถังยุ่ยจง ( หลี่ต้าน )  ในปีรัชกาลเหวินหมิงที่ ๓ ซึ่งขณะนั้นพระนางอู่เจ๋อเทียนหรือบูเช็กเทียนมีพระราชอำนาจมากกว่าฮ่องเต้ พระนางจึงทรงพิจารณาคำกราบทูลของนายพลหยวนก้วง ทรงเห็นด้วย โปรดฯให้ยกระดับเป็นเมืองระดับโจว ชื่อเมือง จ้างโจว(๑) โดยให้มีสองตำบลขึ้นตรงคือ ตำบลจ้าวผู่และฮวยเฮิน  พร้อมทั้งได้พระราชทานตราตั้งให้นายพลหยวนก้วงเป็นเจ้าเมืองจ้างโจวด้วย แต่ตำบลจ้าวผู่ยังไม่มีผู้ปกครอง จึงทรงตั้งให้เป็นนายอำเภอจ้าวผู่ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง ในขณะที่เขาอายุ ๒๙ ปี

        เมื่อได้รับพระราชทานนามเมืองพร้อมตราตั้งข้าหลวงเมืองจ้างโจวแล้ว หยวนก้วงจึงได้เริ่มขยับขยายตำบลและหมู่บ้านเป็นหลายตำบลหมู่บ้านกระจายกันไปทั่วเขต สร้างป้อมปราการ กำแพงเมือง สถานที่ว่าการเจ้าเมือง กงก้วนที่รับแขกเมือง ปรับปรุงกองทัพให้เข้มแข็ง ในขณะเดียวกันต้องผูกมิตรกับบรรดาหัวเมืองที่มีอาณาเขตติดต่อกัน คือเมืองเฉวียนโจวทางทิศเหนือ เมืองชาวโจวอยู่ทางทิศใต้ เมืองก้านโจวอยู่ทางทิศตะวันตก ตลอดจนหมู่เกาะช่องแคบไต้หวัน พร้อมกับให้คำแนะนำราษฎรให้ทำนาข้าวจ้าว ทำสวนผลไม้ลิ้นจี่ ลองกอง กล้วย อ้อย ปลูกป่านปอทอผ้า เป็นต้น

        แต่ใช่ว่าบรรดาป้อมค่ายจะสงบก็หาไม่ เขาจึงต้องยกกองทัพออกไปปราบพวกไต้อ๋อง ซึ่งแต่ละคนมีกองทัพจัดระบบทหารเป็นหมื่นๆคน  วันหนึ่งเขายกกองทัพไปปราบไต้อ๋ององค์หนึ่ง ปรากฏว่าถูกล้อมอยู่เกือบเดือน เขาจึงให้ทหารเล็ดลอดออกไปแจ้งให้ย่าเว่ยเล่าฮูหยินยกกองทัพมาช่วย ทางย่าจึงรีบยกทัพไปตีฝ่าวงล้อมจนทัพไต้อ๋องแตกพ่ายไป

        นายพลหยวนก้วงได้พัฒนาเมืองจ้างโจวและบริเวณใกล้เคียงจนเจริญรุ่งเรือง ในขณะเดียวกัน พวกต่อต้านราชวงศ์ถังที่ตั้งตนเป็นอ๋องก็ยังมีอยู่ ด้วยการยกไปตั้งป้อมค่ายบนภูเขา ซึ่งยากยิ่งในการปราบปรามด้วยกองทัพ นอกจากตัวหัวหน้าแล้วยังส่งลูกน้องให้ไปปกครองตามดินแดนต่างๆคอยปล้นหมู่บ้านใกล้เคียง พ่อค้าและผู้เดินทาง โดยเฉพาะกลุ่มลูกน้องของ เหมียวจื้อเฉิง และเหลยว่านซิง ที่ยกพลลงจากภูเขา เข้าปล้นเมืองชาวโจว จนราษฎรเดือดร้อนกันทั่วเมือง นายพลหยวนก้วงซึ่งขณะนั้นอายุได้ ๖๔ ปี คือปีพ.ศ. ๑๒๖๔ เขาจึงยกกองพลทหารราบไปประชิดป้อมค่ายของพวกโจรดังกล่าว ทหารทั้งสองทัพได้สู้รบกันทั้งวัน จนนายพลหยวนก้วงพลาด ถูกนายพลหลันเฟิ่งกาว ฟันด้วยกระบี่จนถึงแก่อนิจกรรมในสนามรบที่นั้น เมื่อวันที่ ๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีพ.ศ. ๑๒๖๔ ตรงกับปีรัชกาลจิ่งหยุนที่ ๒ สมัยฮ่องเต้ถังยุ่ยจง ( หลี่ต้าน )

        ทำให้ชาวเมืองจ้างโจวโกรธแค้นมาก ด้วยระยะทางที่ไกล พวกนายทหารจึงนำศพฝังไว้ที่ตำบลต้าฉีหยวน ใกล้แม่น้ำสุยอานซี ปัจจุบันคือบริเวณอ่าวจ้าวผู่ ต่อมาศพได้เคลื่อนย้ายไปฝังไว้ที่เมืองจ้างโจว

        ด้วยคุณงามความดีที่กระทำไว้มากมาย ฮ่องเต้ถังเสวียนจง ( หลี่หลงจี ) ในปีรัชกาลเซียนเทียนที่ ๑ พ.ศ. ๑๒๖๕   นายพลหยวนก้วงจึงได้รับพระราชทานยศให้ใหม่ว่า เป้าตาวเว่ยต้าเจียงจวิน 豹韜衛大將軍, 韬卫大将军 พร้อมบรรดาศักดิ์ระดับ โหว หรือ เจ้าพระยา เป็น โหวแห่งจ้างโจว 漳侯,謐忠毅文惠; 漳侯,谧忠毅文หรือ จ้างโหว ต่อมาได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้อีกว่า โหวแห่งแม่น้ำอิง หรือ อิงช่วนโหว  潁川侯, 颍川

        ชาวเมืองจ้างโจวพร้อมด้วยกรมการเมือง จึงได้ก่อสร้างศาลเจ้าขึ้นเมื่อพ.ศ. ๑๒๖๙ในปีไคหยวนที่ ๔ สมัยฮ่องเต้ถังเสวียนจง ( หลี่ต้าน )  เพื่ออัญเชิญดวงวิญญาณของนายพลหยวนก้วงมาสถิต

        ถึงรัชสมัยฮ่องเต้ซ่งฮุ่ยจง ( จ้าวจี๋ ) แห่งราชวงศ์ซ่ง ซึ่งครองราชย์ระหว่างพ.ศ. ๑๖๔๓ – ๑๖๖๙ ได้พระราชทานพระป้ายแขวนไว้ที่หน้าศาลเจ้าข้อความว่า เว่ยฮุ่ยเมี่ยว 威惠廟, 威惠

       ในรัชกาลฮ่องเต้ซ่งเซี่ยวจง ( จ้าวเซิ่น ) ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ระดับสูงสุดที่สามัญชนพึงได้รับ คือ อ๋อง เป็น อ๋องแห่งกว่างตง ว่า  หลิงจวี้ซุ่นยิ่งจาวเลี่ยก่วงจี้หวาง 靈著順應昭烈廣濟王, 灵着顺应昭烈广济

        ถึงสมัยราชวงศ์หมิง ฮ่องเต้ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ว่า จ้าวเลี่ยโหว

        แต่ชาวเมืองจ้างโจวเรียกพระองค์ท่านว่า ไค่จ้างเซิ่งหวาง

        ศาลเจ้าเว่ยฮุ่ยหรือศาลเจ้าเซิ่งหวาง ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์หลายครั้ง ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งได้ขยายบริเวณให้กว้างขวางขึ้น สมัยราชวงศ์หมิงได้บูรณะใหม่ ถึงสมัยราชวงศ์ชิง ฮ่องเต้คังซี ครองราชย์ระหว่างพ.ศ. ๒๒๐๔ - ๒๒๖๕ ได้ทรงให้ขยายห้องต่างๆ แล้วถูกทำลายลงด้วยผู้ก่อความไม่สงบ จนถึงพ.ศ. ๒๒๗๕ ฮ่องเต้ยงเจิ้งแห่งราชวงศ์ชิง ครองราชย์ระหว่างพ.ศ. ๒๒๖๕ – ๒๒๗๘ รับสั่งให้บูรณะขึ้นใหม่

        ในปีพ.ศ. ๒๕๓๔ ทางการจีนได้บูรณะครั้งใหญ่ทั่วบริเวณด้วยงบประมาณ ๕๐ ล้านหยวน

        ภายในศาลเจ้าประดิษฐานพระรูปเทพเจ้าตันเซ่งอ๋อง สวมชุดระดับอ๋องสีแดง พระพักตร์แดง หนวดและเคราสีดำดกยาว พระรูปของบิดามารดา มีศิลาจารึกบทสรรเสริญจากฮ่องเต้และขุนนางผู้ใหญ่ รวม ๒๐ หลัก

        ที่น่าสังเกตก็คือ รูปแกะสลักทรงเหยียบเต่าสีดำ(๒)บางรูปเป็นเต่าสีทองหรือสีอื่นๆ พระหัตถ์ขวาถือกระบี่สีเงิน พระหัตถ์ซ้ายถือห่อเงินทอง หรือวางบนท่อนขา แล้วแต่ป้านที่ช่างจะจัดทำ รูปเต่าเป็นปริศนา บ้างว่าหมายถึงเกาะ หรือแม่น้ำ   

        ในช่วงเทศกาลคล้ายวันประสูติคือวันที่ ๑๕ ค่ำ เดือน ๒ และคล้ายวันสิ้นพระชนม์คือ วันที่ ๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี ชาวเมืองจัดเทศกาลระลึกถึงพระองค์ มีการละเล่น นำรูปไค่เซิ่งหวางใส่เกี้ยวแห่ไปอวยพรรอบเมือง

        เมื่อชาวจ้างโจวอพยพไปทำมาหากินแถบมาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย เป็นต้น เมื่อตั้งหลักแหล่งได้แล้ว จึงสร้างศาลเจ้าตันเซ่งอ๋องขึ้น พร้อมกับจัดงานแซยิดทุกปีตลอดมา

 

 

            :  สมบูรณ์ แก่นตะเคียน   ๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

 

Title      :  Chen Yuanguang

 

           :   Somboon Kantakian

 

Credits :   Somboon Kantakian 

 

Note    :

 

(๑)          เมืองจ้างโจวตั้งอยู่ใต้สุดของมณฑลฝูเจี้ยน อยู่ห่างจากเซี่ยเหมิน ๗๐ กิโลเมตร ประชากร ๔๖ ล้านคน พื้นที่ ๑๒,๘๗๓ ตารางกิโลเมตร ภาคใต้เมืองจ้างโจวมีเกาะตงซาน ประกอบด้วยเกาะต่างๆ ๔๓ เกาะ

(๒)         เต่า หมายถึงความเป็นอัจฉริยะ สัตว์ที่ฉลาด          

เต่า เป็นสัตว์เทพ ๑ ใน ๔ ที่รักษาทิศทั้ง ๔ คือ มังกร หงส์ เต่า กิรินหรือเสือขาว  มังกร รักษาทิศตะวันออก หรือหมายถึง สีเขียว สีน้ำเงิน ป่า ฤดูใบไม้ผลิ  หงส์ รักษาทิศใต้ หรือหมายถึง สีแดง ไฟ ฤดูร้อน เสือขาว หรือกิริน รักษาทิศตะวันตก หรือหมายถึงสีขาว เหล็ก ฤดูใบไม้ร่วง เต่า รักษาทิศเหนือ หรือหมายถึง สีดำ น้ำ ฤดูหนาว หรือหมายถึงนักรบชุดดำหรือกลุ่มดาวเต่าดำ

เทพเต่า หรือ กุ้ยเซียน หรือ เจวียนอู่ หรือ เสวียนอู่ต้าตี้ มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องน้ำ ฤดูหนาว สีดำ โลก และความศรัทธา

เต่า เป็นสัญลักษณ์ของสัตว์ที่มีอายุยืน ความสุข ความเฉลียวฉลาด เมื่ออายุได้พันปีพูดภาษาคนได้ ทำนายทายทักได้

เต่า เป็นสัญลักษณ์ของสวรรค์กับโลกมนุษย์

เต่า ในสมัยหนึ่งห้ามพูดถึง ชาวจีนจึงเรียกว่า นักรบสีดำ หรือนักรบผู้กล้า

เต่า กับ งู มักเห็นคู่กันมีรูปกว่า ๖๐๐๐ ปีมาแล้ว เต่าสีดำ งูสีทอง เต่าเป็นหยิน งูเป็นหยาง คนจีนโบราณเมื่อสามพันปีมาแล้วถือว่า เต่าคือตัวเมีย งูคือตัวผู้ จึงมักเห็นภาพงูพันกับเต่า

สมัยราชวงศ์ซ่งใช้รูปเต่ากับงูเป็นสัญลักษณ์    

      

       

 ภาพประกอบ      

        

               

         

            

 

 

 

 

 

 

*****

  

 

       

 

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน