Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
จีนศึกษา
  CHINESE TEXT PROJECT
  STANDARD CHINESE
  เส้นสายลายอักษร
  ลัทธิเต๋า
  รวมเรื่องจีนศึกษา-China Knowledge
  วัฒนธรรมศึกษาจากเว็บต่างๆ
  วัฒนธรรมศึกษาจากภาพ
  พระบรมฉายาลักษณ์ของฮ่องเต้
  มังกรจีนสมัยโบราณ
  มังกรจีนศึกษา
  เลือกเพศให้ลูก
  จีนโบราณจาก บริทิชมิวเซียม
  การเดินทางไกลของเหมาเจ๋อตุง
  จีนในปัจจุบัน
แซ่สกุล
  แซ่ตระกูลที่ใช้กันมาก
  ข้อมูลตระกูลแซ่ต่างๆ
  ประวัติบางแซ่สกุล
  200 แซ่สกุลที่ใช้มาก
  ตระกูลแซ่หลิน
มหาวิทยาลัยชั้นนำ
  BEIJING UNIVERCITY
  Shanghai Jiao Tong University
  Tsinghua University
  Xi'an Jiaotong University
  The Chinese University of Hong Kong
  The University of Hong Kong
  The Hong Kong University of Science and Technology
  Southeast University
  East China Normal University
  Tongji University
  Huazhong University of Science and Technology
  The Hong Kong Polytechnic University
  Tianjin University
  City University of Hong Kong
  Harbin Institute of Technology
  Wuhan University
  China Agricultural University
  Renmin University of China
  Xiamen University
  Fudan University
  Hong Kong Baptist University
  Shandong University
  Nanjing University
  University of Science and Technology of China
  Zhe Jiang University
พิพิธภัณฑ์และหอสมุด
  NATIONAL LIBRARY OF CHINA
  CHINA'S MUSEUMS
  GREAT WALL OF CHINA
  SACRED MOUNTAINS OF CHINA
สไลด์ภาพบางมุมจากจีน
  วัดหลิงกู่ นานกิง
  วัดหลิงซาน อู๋ซี
  วัดจี้กง (วัดจิ้งฉือ) เมืองหางโจว
  พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง
  สวนอวี้หยวน เซี่ยงไฮ้
  พิพิธภัณฑ์ทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ที่เมืองซีอาน
  อนุสรณ์สถาน ดร.ซุนยัดเซ็น เมืองนานกิง
  อนุสรณ์สถานต้นตระกูลแซ่หลิน
หนังสือพิมพ์
  Xinhua
  People's Daily
  China Daily
  China News
  China .com.cn
  China Youth Daily
สไลด์การแห่เทศกาลกินผักที่ภูเก็ต
  ศาลเจ้ากะทู้ 2550
  ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย 2550
  ศาลเจ้าบางเหนียว 2550
เจ - มังสวิรัติ - VEGETARIAN
  simple-veganista.com/all-recipes
  เจ-อิ่มบุญ
  เมนูอาหารเจ
  เจทิพย์
  อาหารมังสวิรัติ
  International Vegetarian Union (IVU)
  The Veggie Hub
  Vegetarianism
  A Guide to Vetetarian
เว็บเครือสมบูรณ์
  ตระกูลแซ่หลิน
  ภูเก็ตสารสนเทศ
  สมบูรณ์แก่นโน้ต

หลิมฮู้อ๋องเอี๋ย 林府王爷

 

 

 

       

 

         หลิมลกกง หรือ หลินลู่กง 林禄公 หรือ หลินโหวไท่โส่ว  หรือ จี้นอ้านหวาง 晋安王 หรือจิ้นอานอ๋อง     หรือ หลิมฮู้อ๋องเอี๋ย หรือ หลินฝุ๋หวางเหยีย   เดิมท่านชื่อ  ลู่  ( ลก  )  แซ่หลิน  ( หลิม )  บิดาชื่อ หลินอิ่ง  มารดาชื่อ ปิ่นซื่อ  บิดาไปรับราชการที่เมืองจีหนาน ( อยู่ในมณฑลซานตงในปัจจุบัน )  ได้ให้กำเนิดบุตรชายสองคน  คนพี่ชื่อ หลินมู่  ( หลิมมก )  ถือกำเนิดเมื่อ พ.ศ.  ๘๑๕  คนน้องชื่อ หลินลู่  ถือกำเนิดเมื่อวันที่  ๓ ค่ำ เดือน ๔ ( บางตำนานถือเอา วันที่ ๑ ค่ำ เดือน ๑ )     ตามจันทรคติจีน  เป็นปีไท่สื่อที่ ๑๐ รัชสมัยฮ่องเต้จิ้นอู่ตี้ ( ซือหม่าเอี๋ยน ) แห่งราชวงศ์จิ้นตะวันตก เมื่อ พ.ศ.  ๘๑๗  และสืบลำดับแซ่หลินเป็นรุ่นที่ ๖๔ จากปิเจียนกง ผู้เป็นต้นแซ่หลิน  ต่อมาบิดาย้ายมารับราชการที่เมืองซูโจว  และเมื่อ พ.ศ.  ๘๒๐         โปรดเกล้าฯให้บิดาย้ายเข้าเมืองหลวงลั่วหยาง             เพื่อรับตำแหน่ง  หวงเหมินซื่อหลาง  นายทหารรักษาพระองค์        ส่วนหลินลู่เข้ารับราชการทหารเมื่ออายุได้ ๑๖ ปี ใน  หลงเยี่ยอ๋อง ( ซือหม่ารุ่ยอ๋อง ประสูติ พ.ศ. ๘๑๙ โอรสฮ่องเต้จิ้นอู่ตี้ )  จนถึง พ.ศ.  ๘๓๓  ฮ่องเต้จิ้นอู่ตี้เสด็จสวรรคต  ซือหม่าจงอ๋อง เสด็จขึ้นครองราชย์เป็น ฮ่องเต้จิ้นฮุ่ยตี้

               สภาพบ้านเมืองหลังยุคสามก๊กสงบไปได้หน่อยหนึ่ง ในสมัยฮ่องเต้จิ้นอู่ตี้  แต่หลังจากนั้น  พวกแซ่ซือหม่าอ๋องที่เป็นข้าหลวงอยู่หัวเมืองและภายในเมืองหลวงต่างแย่งกัน เป็นใหญ่  นอกจากนี้พวกชนเผ่าทางภาคเหนือที่เรียกว่า พวกอู่หูคนเถื่อนอพยพเข้าภาคกลางลงไปภาคใต้เป็นล้านคน  บ้านเมืองวุ่นวายเพราะหัวหน้าชนเผ่าเป็นขบถ ต่างยกตนเป็นอ๋องสร้างอาณาจักรด้วยการตีเมืองที่อ่อนแอกว่า     ใน เมืองหลวงพวกราชสกุลซือหม่าต่างฆ่าฟันกันเองระหว่างญาติ           หลงเยี่ยอ๋องจึงตัดสินใจอพยพไปสมทบกับซือหม่าอุย ซึ่งเป็นที่ ตงไห่อ๋อง ที่ภูเขาจิ่วหลงซาน  แล้วอพยพไปตั้งหลักที่เมืองซูโจว   หลงเยี่ยอ๋องโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้หลินลู่ ดำรงตำแหน่ง  หวงเหมินซื่อหลาง นายทหารรักษาพระองค์ 

                            ข้างพวกซือหม่าอ๋องยกทัพเข้าเมืองลั่วหยาง  จนฮ่องเต้จิ้นฮุ่ยตี้เสด็จหนีไปประทับที่เมืองฉางอาน  ตงไห่อ๋องและหลงเยี่ยอ๋องต้องยกทัพ จากเมืองซูโจวไปปราบพวกอ๋องและนายพลที่ คุมฮ่องเต้อยู่          แล้วเชิญเสด็จให้ไปประทับที่ลั่วหยางตามเดิม  หลินลู่ได้ตามเสด็จหลงเยี่ยอ๋องเข้าร่วมรบด้วย  เมื่อจัดการบ้านเมืองเรียบร้อยแล้ว  หลงเยี่ยอ๋องพร้อมด้วยหลินลู่กลับสู่ซูโจว หลินลู่ได้ภรรยาชื่อ  จางซื่อ  มีบุตรชาย ๕ คน  เมื่อเติบใหญ่ต่างเข้ารับราชการมีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขานทั่วไปว่า  “ห้าอาชารุ่งโรจน์ทางใต้”  ของฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง

          ส่วนตงไห่อ๋องไม่พอใจที่ฮ่องเต้จิ้นฮุ่ยตี้โปรดเกล้าฯให้ซือหม่าอ๋อง ๕ องค์เข้ามารับราชการในเมืองหลวง           จึงลอบปลงพระชนม์เสด็จสวรรคตเมื่อ พ.ศ.  ๘๔๙  ขณะนั้นหลินลู่อายุได้  ๓๒ ปี ซือหม่าซื่ออ๋องเสด็จขึ้นครองราชย์เป็น  ฮ่องเต้จิ้นไหวตี้  พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถเฉลียวฉลาด  โปรดเกล้าฯให้ หลงเยี่ยอ๋อง  เป็นผู้สำเร็จราชการเมืองเจี้ยนเยี่ย ( นานกิง )   ข้างหลิวเอียน หัวหน้าชนเผ่าซวงหนูตั้งตนเป็นเจ้าตั้งอาณาจักรฮั่น ( จ้าว )  ยกมาตีเมืองลั่วหยางเผาเมืองเสียสิ้น          แล้วจับฮ่องเต้จิ้นไหวตี้ไปเมืองจ้าว พระองค์เสด็จสวรรคตที่นั่นซือหม่าเยี่ยอ๋อง เสด็จขึ้นครองราชย์เป็น  ฮ่องเต่จิ้นหมิ่นตี้ เมื่อ พ.ศ. ๘๕๖  ขณะที่หลินลู่อายุได้  ๓๙ ปี  โปรดเกล้าฯให้หลงเยี่ยอ๋องเป็น  พระมหาอุปราช   หลงเยี่ยอ๋องรับสั่งให้เอียนก้วนนายพลทหารยกทัพไปตีเมืองปาถง  ซึ่งมี โต้ทาวเป็นเจ้าเมือง              หลินลู่ในฐานะนายทหารเข้าร่วมรบด้วย    จนได้รับชัยชนะ           หลงเยี่ยอ๋องโปรดเกล้าฯให้บำเหน็จนายทหารเลื่อนยศตามความชอบ  หลินลู่ได้เลื่อนยศเป็น นายพลจาวเอี๋ยน

             ข้างหลิวเอียนยกทัพเข้าตีเมืองฉางอานแตก จับฮ่องเต้จิ้นหมิ่นตี้ไปเมืองจ้าว  ในช่วงนั้นรับสั่งถึงหลงเยี่ยอ๋องขอให้ยกตนเป็นฮ่องเต้เสียในฐานะพระมหา อุปราช         แต่หลงเยี่ยอ๋องขอเป็นเพียง  จิ้น อ๋อง  หลังจากเสด็จสวรรคตที่เมืองจ้าวแล้วหลงเยี่ยอ๋องจึงเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็น           ฮ่องเต้จิ้นเอียนตี้  เป็นปฐมราชวงศ์จิ้นตะวันออก  เมื่อ พ.ศ.  ๘๖๐  แล้วโปรดฯให้สร้างพระราชวังขึ้นใหม่ที่เมืองเจี้ยนเยี่ย ( นานกิง )  จึงย้ายเมืองหลวงจากเมืองซูโจวมายัง เมืองเจี้ยนเยี่ย   เปลี่ยนนามเมืองเป็น เจี้ยนคัง  ขณะนั้นหลินลู่อายุได้  ๔๓ ปี  โปรดฯให้หลินลู่เข้ารับตำแหน่ง  ส่านจี้ฉางซื่อ  เป็นคณะกรรมการบริหารระดับสูง              และยังโปรดเกล้าฯ        ให้หลินลู่เป็นข้าหลวงเมืองเหอผู่ หรือ     เหอผู่ไท่โส่ว     อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย

 

 ข้าหลวงเมืองจิ้นอาน

 

       ถึง พ.ศ.  ๘๖๕  ฮ่องเต้จิ้นเอียนตี้ก็เสด็จสวรรคต  ซือหม่าเส้าอ๋องเสด็จขึ้นครองราชย์เป็น  ฮ่องเต้จิ้นหมิงตี้  ซึ่งขณะนั้นหลินลู่อายุได้  ๔๘ ปี   ตามหัวเมืองต่างๆมีโจรผู้ร้ายชุกชุม  พระองค์จึงโปรดฯให้ขุนนางนายทหารออกไปปราบปรามพวกโจรที่ตั้งตนเป็นอ๋องมี สมัครพรรคพวกเป็นหมื่นๆคน   และทรงเห็นว่า  หลินลู่รับราชการมานานเป็นผู้มีความซื่อสัตย์กตัญญูต่อแผ่นดิน  มีความรู้ทั้งฝ่ายบู๊ซึ่งเป็นถึงนายพลทหาร และฝ่ายบุ๋นที่รับราชการในพระราชวัง  ทรงเห็นว่าขณะนั้นแขวงเมืองเจียงโจว    (ซึ่งรวมมณฑลเจียงซี       ฝูเจี้ยนและเจ้อเจียงในปัจจุบัน  )  มีผู้ร้ายชุกชุมโดยเฉพาะพวกโจรสลัดตามชายฝั่งทะเลและตามเกาะแก่ง  ตามทะเลสาบและแม่น้ำที่ติดต่อกับแม่น้ำแยงซีเกียง  นอกจากมีชนเผ่าหมินเย่ว์ ๗ ชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่เดิม  ตามไหล่เขาและภูเขาโดยทั่วไปแล้วยังมีคนจีนทางภาคเหนือที่อพยพลงในช่วงนั้น เป็นจำนวนมาก  บางกลุ่มตั้งตนเป็น อ๋อง ซ่องสุมผู้คนเป็นจำนวนหมื่น  คอยปล้นคนเดินทางค้าขายระหว่างเมือง ในปี พ.ศ.  ๘๖๖  จึงโปรดฯให้  หลินลู่ไปเป็นข้าหลวงเมืองจิ้นอาน  (  เมือง ฝูโจวในปัจจุบัน  ) ขณะที่มีบรรดาศักดิ์เป็นชั้น  โหว  ( เจ้าพระยา )   เป็น  จิ้นอานโหวไท่โส่ว  หลินลู่จึงอพยพครอบครัวญาติร่วมแซ่ และผู้ติดตามจากเมืองหลวงเจี้ยนคังลงมาทางใต้ที่เมืองจิ้นอาน  เมื่ออายุได้  ๔๙  ปี  ต่อมาหลินลู่ได้ภรรยาอีกคนหนึ่งชื่อ  ข่งซื่อ  นางถือกำเนิดเมื่อ วันที่ ๑๖ ค่ำ เดือน ๓ ตามจันทรคติจีน  สมัยฮ่องเต้จิ้นอู่ตี้  ในปีเสียนหนิงที่ ๔  พ.ศ. ๘๒๑  มีบุตรชายด้วยกันสองคน คนพี่ชื่อ หลินจิ่ง 林景 คนน้องชื่อ หลินเซียน 林暹         หลินจิ่งรับราชการได้เป็นที่  ตงไถซื่อหลาง 東臺侍郎   รองเสนาบดีคณะกรรมการการสอบไล่ แต่ประวัติภาษาไทยเขียนว่า ทงจือหรัง   通侍郎?  บรรดาศักดิ์ ซื่อหลาง 侍郎 ใช้มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น เป็น รองเสนาบดีระดับกระทรวง หรือ รองรัฐมนตรีในปัจจุบัน  

         ฝ่าย หลินเซียน เมื่อโตขึ้นจึงรับราชการทหารตามที่ตนถนัด ที่เมืองหลวงเช่นเดียวกับพี่ชาย จากนายทหารระดับล่างไต่เต้าขึ้นไปจนถึงนายทหารยศนายพล หรือ เจียงกวน หรือเจียงกุน หรือเจียงจวิน ในระดับ เว่ยเจียงจวิน 卫将军  เป็นที่ ฮู่เว่ยเจียงจวิน 护卫将军  หรือฮู้อุยเจียงกุน ประจำกองบัญชาการฝ่ายรักษาการณ์เมืองหลวง ตำแหน่งเว่ยเจียงจวิน ต่ำกว่านายพลสูงสุดอยู่สามตำแหน่งคือ ต้าเจียงจวิน 大将军  เปียวฉีเจียงจวิน 骠骑将军 และ เชอฉีเจียงจวิน 车骑将军

         ข้าง พี่ชายของหลินลู่  คือ หลินมู่  ภรรยาชื่อ  อุ่ยซื่อ  หลินมู่รับราชการเป็นนายอำเภอเซี่ยพี ( พีโจว อยู่ในมณฑลเจียงซูปัจจุบันมีบุตรชาย ๖ คน รับราชการทั้งหกคน  จนได้ชื่อว่า  “หกมังกรรุ่งเรืองทางเหนือ”  ของฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง

 

จิ้นอานอ๋อง

 

         หลินลู่รับราชการมาจนถึงสมัยฮ่องเต้จิ้นหมู่ตี้  จึงถึงแก่อสัญกรรม  เมื่อวันที่ ๒๖ ค่ำ เดือน ๙  ( บางตำนานถือเอาวันที่ ๙ ค่ำเดือน ๙ )ตามจันทรคติจีน  ในปีหย่งเหอที่ ๑๒ สมัยฮ่องเต้จิ้นหมู่ตี้  พ.ศ.  ๘๙๙  รวมอายุได้  ๘๒ ปี  หลังจากถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ฮ่องเต้จิ้นหมู่ตี้  โปรดฯพระราชทานฐานันดรศักดิ์ เป็น  อ๋อง  พระนาม  จิ้นอานอ๋อง หรือ อ๋องแห่งเมืองจิ้นอาน  ซึ่งเป็นตำแหน่งเกียรติยศอันสูงสุดของขุนนางจีนที่ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์จะพึง ได้รับจากฮ่องเต้ให้มีฐานะเป็นเชื้อพระวงศ์ เสมือนพระญาติ  ด้วยคุณงามความดีความซื่อสัตย์กตัญญู และมีผลงานเป็นที่ปรากฏที่สะสมมาตลอดชีวิตนั่นเอง  ตามธรรมเนียมในสมัยนั้น  บุตรชายจะได้รับแต่งตั้งเป็นข้าหลวงสืบแทนบิดาต่อไป

      พระศพจิ้นอานอ๋องฝังไว้ที่เนินเขาจิ่วหลงซาน  อำเภอเหวินหลิง  แขวงเจียงโจว  ( ปัจจุบันคือ เนินเขาถู่หลิง อำเภอฮุ่ยอาน  มณฑลฝูเจี้ยน) ส่วนฮูหยินข่งซื่อ  ถึงแก่อสัญกรรมวันที่ ๒๘ ค่ำ เดือน ๑๐ ตามจันทรคติจีน  ในปีหลงเหอที่ ๑  รัชสมัยฮ่องเต้จิ้นไอ่ตี้ พ.ศ.  ๙๐๕  สิริรวมอายุได้  ๘๔ ปี  ศพฝังไว้ที่สุสานเดียวกัน

         ในช่วงสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมในจีน ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๐๘ – ๒๕๑๑ เพื่อพิฆาต “สี่เก่า”   คือ  ความคิดเก่า  วัฒนธรรมเก่า  ประเพณีเก่า  ความเคยชินเก่า   เยาวชนพวกเรดการ์ด หรือ ธงแดง  ได้ทำการปฏิวัติทั่วประเทศภายใต้คำสอนของเหมาเจ๋อตุง  โดยผ่านนางเชียงชิงภรรยาเป็นผู้นำ  เพื่อเป็นการขุดรากถอนโคนลัทธิแก้  เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่โดยไม่ต้องอาศัยของเก่า  ดังนั้นศาลเจ้า วัด สุสานทุกศาสนา  โต๊ะบูชาบรรพบุรุษและเทพเจ้า พระพุทธรูปภายในบ้านของชาวบ้านจึงถูกทำลายลงเป็นจำนวนมาก  รวมทั้งสุสานของจิ้นอานอ๋องด้วย  ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนถู่หลงกวาน เมืองฮุ่ยอาน สุสานบรรพบุรุษแซ่ต่างๆบริเวณแถบนี้ถูกทำลายเช่นเดียวกัน  ในส่วนของสุสานจิ้นอานอ๋องนั้น  เดิมได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาแทบทุกยุคสมัยราชวงศ์จนใหญ่โตสวยงาม เช่น สมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง  หลังจากสิ้นยุคปฏิวัติวัฒนธรรมแล้ว  ลูกหลานและรัฐบาลท้องถิ่นตลอดจนสมาคมแซ่ตระกูลทั้งในจีนและต่างประเทศ  ต่างเข้าไปซ่อมแซมบูรณะ  ซึ่งยากที่จะให้สวยงามเหมือนเดิม  และในปี พ.ศ. ๒๕๒๙  สมาคมตระกูลลิ้มแห่งประเทศไทยได้บริจาคเงินจำนวนหนึ่งเพื่อบูรณะซ่อมแซมสุ สานจิ้นอานอ๋อง

       ในปี พ.ศ.  ๒๕๓๐  สมาคมตระกูลลิ้มแห่งประเทศไทยได้รับเชิญจากคณะกรรมการบูรณะโบราณวัตถุและ วัฒนธรรมสมาคมตระกูลลิ้มแห่งมณฑลฝูเจี้ยน  เพื่อให้ไปสักการะจิ้นอานอ๋องที่สุสาน  ในโอกาสวันครบรอบวันสิ้นพระชนม์จิ้นอานอ๋องครบ ๑๐๓๐ ปี  และเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม  ๒๕๔๑  คณะกรรมการบริหารสมาคมตระกูลลิ้มแห่งประเทศไทยได้เดินทางไปตรวจงานก่อสร้าง ซ่อมแซมสุสานจิ้นอานอ๋องที่เมืองฮุ่ยอานด้วย     

         จิ้นอานอ๋อง    ชาวสกุลแซ่หลิม ( หลิน ลิม ลิ่ม ลิ้ม แหลม หลัม เหล่ม อิม  ริม ฮายาชิอิ  )  ถือว่าท่านเป็นปฐมวงศ์สกุล  แซ่หลิม สายฮกเกี้ยนที่กระจายไปตามมณฑลเจ้อเจียง ฝูเจี้ยน เจียงซี กว่างตง กว่างซี ไต้หวัน ฮ่องกง   ฯลฯ และอพยพไปทำมาหากินตามประเทศต่างๆแถบเอเชีย ยุโรป อเมริกา  เป็นต้น

 

         :   สมบูรณ์ แก่นตะเคียน    ๑๙  กรกฎาคม  ๒๕๔๙

 

Title  :    Jin'an  Wang 

 

          

 

         

 

   

 

 

 

 

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน