Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
จีนศึกษา
  CHINESE TEXT PROJECT
  STANDARD CHINESE
  เส้นสายลายอักษร
  ลัทธิเต๋า
  รวมเรื่องจีนศึกษา-China Knowledge
  วัฒนธรรมศึกษาจากเว็บต่างๆ
  วัฒนธรรมศึกษาจากภาพ
  พระบรมฉายาลักษณ์ของฮ่องเต้
  มังกรจีนสมัยโบราณ
  มังกรจีนศึกษา
  เลือกเพศให้ลูก
  จีนโบราณจาก บริทิชมิวเซียม
  การเดินทางไกลของเหมาเจ๋อตุง
  จีนในปัจจุบัน
แซ่สกุล
  แซ่ตระกูลที่ใช้กันมาก
  ข้อมูลตระกูลแซ่ต่างๆ
  ประวัติบางแซ่สกุล
  200 แซ่สกุลที่ใช้มาก
  ตระกูลแซ่หลิน
มหาวิทยาลัยชั้นนำ
  BEIJING UNIVERCITY
  Shanghai Jiao Tong University
  Tsinghua University
  Xi'an Jiaotong University
  The Chinese University of Hong Kong
  The University of Hong Kong
  The Hong Kong University of Science and Technology
  Southeast University
  East China Normal University
  Tongji University
  Huazhong University of Science and Technology
  The Hong Kong Polytechnic University
  Tianjin University
  City University of Hong Kong
  Harbin Institute of Technology
  Wuhan University
  China Agricultural University
  Renmin University of China
  Xiamen University
  Fudan University
  Hong Kong Baptist University
  Shandong University
  Nanjing University
  University of Science and Technology of China
  Zhe Jiang University
พิพิธภัณฑ์และหอสมุด
  NATIONAL LIBRARY OF CHINA
  CHINA'S MUSEUMS
  GREAT WALL OF CHINA
  SACRED MOUNTAINS OF CHINA
หนังสือพิมพ์
  Xinhua
  People's Daily
  China Daily
  China News
  China .com.cn
  China Youth Daily
เจ - มังสวิรัติ - VEGETARIAN
  เจ-อิ่มบุญ
  พลังบุญ
  เมนูอาหารเจ
  เจทิพย์
  อาหารมังสวิรัติ
  International Vegetarian Union (IVU)
  The Veggie Hub
  Vegetarianism
  A Guide to Vetetarian
  simple-veganista.com/all-recipes
เว็บเครือสมบูรณ์
  ตระกูลแซ่หลิน
  ภูเก็ตสารสนเทศ
  สมบูรณ์แก่นโน้ต

พ้อต่อกง

 

 

        พ้อต่อกง 普渡公 หรือ ผูตู้กง ผู้เป็นกุ้ยอ๋อง 鬼王 ราชาแห่งผีทั้งหลายในช่วงเดือนสารทจีน มีการเรียกขานนามต่างๆกัน เช่น ที่ภูเก็ตเรียก พ้อต่อกง หรือ ไต้สื่อเอี๋ยกง 大士爺公 หรือ ต้าซื่อเหยียกง หรือ ซื่อเชิ่นเว่ยต้าซื่อเหยียไป่也稱為大士爺伯หรือ ฉิฉีหยวนซ่วยฝาเสินตั้ว 其起源說法甚多 แต่โดยทั่วไปแล้วเรียก ไต้สื่อเอี๋ย 大士爺 ชาวฮักกาเรียก ซานไต้ซื่อ 山大士

        พ้อต่อกง เป็นเทพเจ้าที่เกี่ยวเนื่องในพิธีวันสารทจีน ในวันที่ ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ด้วยถือกันว่า ตั้งแต่วันที่ ๑ ค่ำถึงวันที่สุดท้ายของเดือน ๗ ประตูนรกจะเปิด เพื่อให้ เหล่าบรรดาผีทั้งหลายที่หิวโหยออกจากนรกไปเยี่ยมญาติเพื่อขออาหารกิน ดังนั้นแต่ละบ้านจึงจุดโคมไฟเอาไว้ที่หน้าบ้าน เพื่อให้ผีเดินทางไปถึงบ้านญาติของตนได้สะดวก และส่องทางกลับไปยังนรกได้ถูก ไม่ต้องกลายเป็นผีเร่ร่อน ประเพณีวันสารทจีน เป็นประเพณีที่ผสมผสานระหว่างความเชื่อของชาวจีนลัทธิเต๋า ขงจื่อ และพุทธศาสนาฝ่ายมหายานเข้าด้วยกัน โดยเริ่มปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์เหลียงระหว่างค.ศ. ๕๐๒ – ๕๕๗ ส่วนใหญ่เป็นประเพณีของชาวจีนภาคใต้ แล้วขยายออกไปต่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และที่อื่นๆ ที่คนจีนภาคใต้ได้อพยพไปทำมาหากิน

        เมื่อเหล่าบรรดาผีเปรตออกมาจากนรกเป็นจำนวนมาก ย่อมมีปัญหาแน่นอน จึงได้มีการแต่งตั้งผู้ควบคุมดูแลผีเหล่านั้นให้ปฏิบัติต่อคนทั้งญาติและไม่ใช่ญาติ และไม่ให้แย่งชิงอาหารที่เขาเอามาให้กิน ผู้คุมเหล่าบรรดาผีก็คือ พ้อต่อกง ผู้เป็นพระราชาของเหล่าผีเปรต ซึ่งพระองค์ท่านเป็นผีเปรตลำตัวสูงเท่าต้นตาล แลบลิ้นสีแดงยาวถึงหน้าอก หน้าตาดุดัน เท้าโต แต่งตัวชุดนายพล ระดับท่านอ๋อง บางรูปอาจมีหลายหน้าหลายมือ บนศีรษะจะมีรูปพระกวนอิมโพธิสัตว์ประดิษฐานอยู่ เพื่อทรงควบคุมดูแลการปฏิบัติของพ้อต่อกงอีกต่อหนึ่ง

         แต่บางตำนานว่า พ้อต่อกงเป็นปางหนึ่งของพระกวนอิมโพธิสัตว์ด้วย หน้าที่ของพ้อต่อกง จึงต้องขึ้นมาจากนรก ควบคุมดูแลเหล่าผีทั้งหลาย เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ คือสิ้นวันที่เดือนเจ็ด ก็ต้องกลับลงไปปฏิบัติหน้าที่ในนรกตามเดิม จากคัมภีร์พุทธศาสนามหายานได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า “...ในพระสูตรของนิกายมหายาน ตอนหนึ่งกล่าวว่า สมัย หนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จประทับอยู่นิโครธาราม ในเมืองกบิลพัศดุ์ พร้อมด้วยพระภิกษุซึ่งเข้าห้อมล้อมสดับพระธรรมเทศนา ในเวลานั้น พระอานนท์ได้ไปนั่งสมาธิ บำเพ็ญเพียรแต่เพียงผู้เดียวในที่สงัด ครั้นเวลาดึก พระอานนท์ได้ทอดสายตา ไปแลเห็นอสูรกายตนหนึ่งร่างกายซูบผอม น่าสะพรึงกลัว อสูรกายนั้น มาประนมมือเฉพาะหน้าพระอานนท์ และบอกแก่พระอานนท์ว่า อีก ๓ ราตรี ท่านจะมรณภาพ แล้วจะต้องมาเป็นอสูรกายเช่นข้าพเจ้านี้ พระอานนท์ ฟังดังนั้น สะดุ้งต่อมรณภัยเป็นอันมาก (เพราะขณะนั้น พระอานนท์ยังไม่บรรลุพระอรหันต์ ) จึงถามอสูรกายไปว่า ทำฉันใดเล่า อาตมาภาพจึงจะพ้นจากภัยนั้น อสูรกายก็ตอบว่า ถ้าท่านจะพ้นจากมรณภัยก็ให้บูชาพระพูทธ พระธรรม พระสงฆ์และบริจาคทานแก่ยาจกเข็ญใจ ที่อดอยากและแผ่กุศลไปให้อสูรกายทั้งหลาย ท่านก็จักมีอายุยืนต่อไป และอสูรกายทั้งนั้น ก็จักอาศัยส่วนกุศลที่ทานอุทิศให้พ้นทุกขภาวะไปสู่สุคติ พระอานนท์ได้นำความนี้ขึ้นกราบทูลสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็เห็นด้วยกับความนั้น แต่ตรัสเพิ่มเติมว่า การที่จะบริจาคทานให้ถึงพวกอสูรกายนั้นยาก เพราะพวกอสูรกายนั้นได้สร้างอกุศลกรรมไว้มาก จักต้องนิมนต์พระอริยเจ้าทั้งหลายมาประชุมกัน เจริญพระคาถา เจี๊ยะยูไล่ ด้วยทานทั้งหลาย จึงจะเป็นผลแก่อสูรกายเหล่านั้น พระอานนท์ก็ปฏิบัติตาม…”  

        จากคัมภีร์ดังกล่าว จึงได้เกิด พ้อต่อกง ขึ้น ชาวจีนจึงได้สร้างรูปพ้อต่อกงด้วยกระดาษสีชนิดต่าง ใช้โครงไม้ไผ่ก่อรูป เป็นรูปร่างสูงใหญ่ ลิ้นสีแดงยาวถึงหน้าอก ใบหน้าดุน่ากลัว บางรูปปากเท่ารูเข็มก็มี บางแห่งสร้างรูปกงเต๊กด้วย มีบ้านเครื่องใช้ไม้สอย ประดิษฐานในศาลเจ้าหรือโรงปะรำพิธี เมื่อเสร็จสิ้นพิธีกรรมจะเอาไปเผา คงสร้างขึ้นทุกปี ต่อมาสมัยใหม่ได้มีการปั้น แกะสลักรูปแบบถาวร ประดิษฐานไว้ในศาลเจ้า หรือเขียนหรือปั้นลอยนูนติดผนังในศาลเจ้า แต่ก็ยังมีการสร้างแบบโครงไม้ปิดกระดาษในช่วงพิธีกรรมเดือน ๗ ในช่วงฤดูตรุษจีน มีการเซ่นไหว้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับด้วยอาหารคาวหวานผลไม้ตามแบบฉบับแต่โบราณมา เมื่อถึงฤดูวันสารทเดือนเจ็ด ก็จัดทำอาหารคาวหวานผลไม้แบบเดียวกัน เพียงแต่ของบางอย่างไม่มีประกอบ ซึ่งเป็นแบบลัทธิขงจื่อและเต๋า พิธีกรรมการเซ่นไหว้ก็ใช้รูปแบบเดียวกัน คือไหว้ทีกง เทพเจ้าประจำบ้าน เทพเตาไฟ บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ และหลังบ้านข้างนอกไหว้ผีไม่มีญาติที่เรียกว่า โฮ่วเหี่ยตี่

        อย่างไรก็ตาม มีอีกตำนานหนึ่ง ในทางฝ่ายมหายาน ที่กล่าวไว้ในอุลลัมปนสูตร ว่า พระโมคคัลลานะ นั่งสมาธิเข้าฌาน ได้เห็นมารดาของท่านที่ล่วงลับ ต้องตกนรกเป็นพวกผีเปรต หิวโซ มีความทุกข์ทรมานแสนสาหัส พระโมคคัลลานะจึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธองค์ เล่าเรื่องมารดาที่ต้องทนทุกข์ทรมานในนรก ท่านจะต้องทำอย่างไรดี พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ขอให้พระโมคคัลลานะถวายภัตตาหารแก่หมู่พระสงฆ์ แล้วอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้มารดาในวันที่ ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ พระโมคคัลลานะจึงได้ปฏิบัติตาม และได้เห็นในฌานว่า มารดาของตนได้ถูกปลดปล่อยจากบ่วงทุกข์

        ที่จังหวัดภูเก็ต มีศาลเจ้าพ้อต่อกง ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนตะกั่วทุ่ง บ้านบางเหนียว อำเภอเมืองภูเก็ต ศาลเจ้าแห่งนี้เดิมเป็นศาลเจ้