| |||
จางหยวนเชี่ยว 張遠霄
จางหยวนเชี่ยว 張遠霄 หรือ จางเซียนต้าตี้ 張仙大帝 หรือ เตียวเซียนไต่เต่ ที่มีตำนานชีวิตของท่านค่อนข้างหลากหลายและเป็นจำนวนมาก แต่สรุปแล้วท่านจะเกี่ยวข้องกับ คนแก่ หมาดำ ธนู และเด็ก โดยทั่วไปมักเรียกท่านว่า จางหยวนเชี่ยว มากกว่า จางเซียน ทางลัทธิเต๋าได้ยกย่องให้เป็นเทพเจ้าในนามว่า จางเซียนต้าตี้ จางหยวนเชี่ยว ถือกำเนิดปีใดไม่ปรากฏ ทราบแต่ว่า เขามีชีวิตอยู่ในช่วงสมัยห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร ระหว่างพ.ศ. ๑๔๕๐ ๑๖๐๓ ที่เมืองจิงโจว๑ หรือ เมืองเหมยโจวในปัจจุบัน มีแม่น้ำเหมยเจียงไหลผ่าน มณฑลกว่างตง ในสมัยห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร ระหว่างปีดังกล่าว เป็นของอาณาจักรฮั่นภาคใต้ โดยตั้งเมืองหลวงที่กว่างโจว ในวัยเด็กจางต้องช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน ด้วยครอบครัวที่ยากจน เรื่องการเรียน การฝึกวิทยายุทธ์จึงไม่มีโอกาสเหมือนเด็กทั่วไป แต่ด้วยการใฝ่รู้ และรักที่จะเรียนการใช้อาวุธ เขาจึงเอาไม้ไผ่มาเหลาเข้าทำคันธนู เอาเชือกผูกขึงทำสายธนู แต่ไม่ได้ใช้ธนูแบบลูกดอก เขาปั้นดินเหนียวเป็นลูกกลมขนาดเท่าหัวแม่มือ แล้วเอาไปตากแดดจนแข็ง เป็นกระสุน แล้วหัดยิงเป้า จนชำนาญ เมื่อโตเป็นหนุ่ม เขาประกอบอาชีพในเมืองเหมยโจว ด้วยการเปิดขายหมี่ก๋วยเตี๋ยวที่ประตูเมือง ในเรื่องครอบครัวการแต่งงาน เขาไม่ได้คิดเพราะความจนไม่มีเงินไปหมั้นหมายใครๆได้ เขาจึงอยู่แบบเจียมตน เมื่อว่างจากการขายหมี่ เขาจะไปซ้อมยิงธนูที่หลังบ้านเป็นประจำ เหล่าบรรดาลูกค้าที่มากินหมี่ แนะนำให้เขาแต่งงานมีครอบครัวเพื่อขยายกิจการร้านหมี่ เขาจะได้มีฐานะที่ดีขึ้น มีเงินเก็บ ไม่ใช่เอาเงินไปแจกคนจน ให้คนขอทานกินหมี่โดยไม่เก็บเงิน เขากลับตอบว่าเรื่องสุขภาพสำคัญกว่าเงินทองหลายเท่า วันหนึ่ง มีชายแก่คนหนึ่งอาศัยอยู่นอกกำแพงเมืองเหมยโจว ได้เข้ามายังร้านขายหมี่ของเขา สั่งหมี่มากิน จางสังเกตเห็นว่าชายแก่คนนี้หน้าตาไม่ใช่คนดุร้าย กินเสร็จเขาบอกอร่อย แต่ไม่จ่ายเงิน เดินออกจากร้านหน้าตาเฉย เพื่อนที่นั่งกินในร้าน ถามเขาว่าทำไมไม่เก็บเงิน เพราะเป็นของซื้อของขาย เขาตอบว่า เขาไม่มีพ่อแม่ ชายแก่คนนี้มากินเปรียบเสมือนให้พ่อกิน วันรุ่งขึ้นเขามากินอีก และไม่จ่ายเงินเช่นเดียวกัน เขามากินหมี่ร้านจางถึงสามเดือน แต่ไม่จ่ายเงินเลย กินเสร็จเดินออกจากร้านไม่ค่อยจะตรงทางด้วยซ้ำ จางไม่ได้ว่าอะไร ไม่มีสีหน้าว่าโกรธที่กินไม่จ่ายเงิน ทุกวันเขาปฏิบัติกับคนแก่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คนอื่นที่มาสั่งกินกลับเจ็บร้อนแทนเจ้าของร้าน แล้วจู่ๆตาแก่คนนั้นกลับหายหน้าไป จางคิดว่าคงเจ็บไข้ได้ป่วยแน่นอน เขาถามคนที่มาร้าน แต่ไม่มีคำตอบ เย็นวันหนึ่งจางปิดร้านเสร็จแล้ว เขาถือธนูและลูกกระสุนไปซ้อมยิงหลังบ้านเหมือนเคย ซึ่งบริเวณหลังบ้านมีแง่หินโขดหินอยู่ เขารู้สึกง่วงขึ้นมาทันใด แล้วเอนที่ก้อนหินงีบหลับไป ทันใดนั้นเขาเห็น ชายแก่ถือคันธนูพร้อมลูกกระสุนเหล็กสองเม็ดมาที่เขา จางจำได้ว่า ที่แท้ชายแก่ที่มากินหมึ่สามเดือนไม่จ่ายเงินนี่เอง แล้วชายแก่จูงมือเขาให้ลุกขึ้น พร้อมกับกล่าวขอบใจที่ให้เขากินหมี่ไม่จ่ายเงินถึงสามเดือน พร้อมกับบอกว่าอีกสามเดือนจะเกิดสงครามที่เหมยโจว หลังจากนั้นจะเกิดโรคภัยร้ายแรงขึ้น ลูกกระสุนธนูสองลูกนี้จะช่วยได้ ขอให้เขาเก็บไว้ให้ดี อย่าได้ให้ใคร หรือเอาไปใช้เพื่ออย่างอื่นใด เมื่อเกิดโรคร้ายแรงขึ้นจงใช้กระสุนนี้ยิงลงไปที่ลำธาร จะช่วยให้ชาวบ้านหายจากโรคได้ ชายแก่จึงสอนวิธีใช้ให้จาง จางจึงลุกขึ้นยืน แล้วตื่นจากความฝัน พอดีเท้าไปสัมผัสเข้ากับกระสุนเหล็กทั้งสองเม็ดที่เขาเห็นในฝัน แต่ทว่ากระสุนที่วางไว้ที่เท้าที่เขาสะดุดนั้นเป็นกระสุนทองคำทั้งสองเม็ด เขาจึงรู้ว่าชายแก่คนนั้นที่แท้ก็คือเทพเจ้าที่มาบอกวิธีให้เขาช่วยชาวบ้านนี่เอง เขาจึงรีบคุกเข่าคารวะ แล้วรีบเก็บซุกซ่อนเอาไว้ หลังจากนั้นสามเดือน ปรากฏว่าเกิดโรคห่า หรือกาฬโรค หรือ ไข้ดำหรือ ไข้กาฬมรณะ ระบาดขึ้นในเมืองเหมยโจว ทำให้ผู้คนและเด็กตายเป็นจำนวนมาก ใช้ยาขนานต่างๆก็ไม่หาย จางอยากพบชายแก่ เพื่อให้เขาช่วย จางจึงเดินออกจากเมืองไปตามแม่น้ำเหมยเจียง ขึ้นภูเขา พบถ้ำ เขาจึงเข้าไปในถ้ำ ปรากฏว่าเห็นรูปแกะสลักไม้หน้าเป็นรูปชายแก่คนดังกล่าวนั่นเอง ในที่สุดเขารู้ว่าสาเหตุโรคร้ายแรงเกิดจาก เทพหมาดำ เที้ยนเก๋า 天狗 ตนหนึ่ง เขาจึงใช้ลูกกระสุนทองคำยิงไล่เที้ยนเก๋าตนนั้นหายไป ชาวบ้านก็หายจากโรค ความเป็นจริง คำว่า หมาดำ ซ่อนความในเอาไว้ น่าจะเป็นกาฬโรคระบาดที่เมืองเหมยโจว โรคนี้ผู้ป่วยจะเกิดผื่นเป็นเม็ดตามตัวขาหนีบ รักแร้ แล้วฝ่อเป็นสีดำคล้ำ และตายอย่างรวดเร็ว ระบาดไปทั่วทั้งตำบล ด้วยการไอจาม ติดเชื้อจากน้ำเหลืองผู้ป่วย เมื่อเอาศพไปฝังไม่เรียบร้อย พวกหนู เข้าแทะศพ ยิ่งระบาดหนัก จางเห็นหมาดำ จึงเอาธนูยิงตาย ต่อมาโรคซาลง เมื่อจางหยวนเชี่ยวจากโลกนี้ไปแล้ว ชาวบ้านต่างเห็นน้ำใจที่เขาได้ช่วยเหลือผู้คนมาตลอด จึงให้ความเคารพ ต่างบนบานขอในสิ่งที่พึงประสงค์ เช่น มีคนอยากได้ลูก จึงขอพรจากจาง ปรากฏว่าพวกเขาได้สมประสงค์ และยังได้เกิดประเพณีด้วยการเอารูปหรือชื่อจางไปติดไว้ที่ปล่องไฟในครัว ป้องกันปีศาจมาทำร้ายเด็กๆ จางหยวนเชี่ยวจึงเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่ง ที่ช่วยปกปักรักษาเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา จนคลอดและเจริญเติบโต วันสำคัญที่บูชาเซ่นไหว้จางหยวนเชี่ยว คือ วันที่ ๒๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ทุกปี : สมบูรณ์ แก่นตะเคียน ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓ Title : Zhang Yuan Xiao 張遠霄 : Somboon Kantakian Note : ๑ เมืองเหมยโจว เดิมเรียกว่า จิงโจว ระหว่าง พ.ศ. ๑๔๖๐ ๑๕๑๔ ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อเมืองเหมยโจวสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ ระหว่าง พ.ศ. ๑๕๐๓ ๑๖๗๐ พอถึงสมัยราชวงศ์ชิงได้เปลี่ยนชื่อเป็นเมืองเจี่ยอิง ระหว่างพ.ศ. ๑๗๐๗ ๒๔๕๔ ถึงพ.ศ. ๒๕๓๑ จึงกลับไปใช้ชื่อ เหมยโจวอีก จังหวัดเหมยโจว ประกอบด้วย ๖ อำเภอ คือ เหมยเสี้ยน ต้าปู้ เฟิ่งซุน อู่หัว ผิงหยวน เจี่ยวหลิง ประชากรปัจจุบันประมาณ ๕ ล้าน คนจีนพูดสำเนียงแคะหรือฮักกา อยู่ที่อำเภอเหมยเสี้ยนกับต้าปู้เป็นส่วนใหญ่ ชาวจีนแคะได้อพยพมาอยู่เมืองไทยเป็นจำนวนมาก สมัยรัชกาลที่๔ ๕
|
|
|
|
|