| |||
หลิ่วตงปิน
หลี่วตงปินถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา พ.ศ. ๑๓๔๑ ในปีเจินเอวี๋ยนที่ ๑๔ รัชสมัยฮ่องเต้ถังเต๋อจง ( หลี่ซื่อ ) ครองราชย์ พ.ศ. ๑๓๒๓ ๑๓๔๘ บิดาชื่อ หลี่วอี่ เป็นเจ้าเมืองไห่โจว เป็นหลานของหลี่วอุย ปลัดกรมราชประเพณีราชสำนักถัง หลี่วตงปิน รูปร่างลักษณะเป็นคนกระหม่อมสูง หูยาว คิ้วยาว ตายาวเหมือนตาหงส์ มีไฝดำที่คิ้วซ้าย จมูกใหญ่กลม แก้มเป็นพวง ปากกว้าง คอยาวระหง สูงแปดฟุตกับสองนิ้ว มีความจำเป็นเลิศ เฉลียวฉลาด เป็นจินตกวี ตอนที่ถือกำเนิดกล่าวกันว่า มีนกกระเรียนเผือกบินหายเข้าไปในห้องฮูหยิน คือ ตงหัวจินหยินมาเกิด หลี่วตงปินอายุได้ห้าขวบ หม่าโจ้วผู้วิเศษได้ทำนายว่า เด็กคนนี้เป็นมนุษย์พิเศษ ต่อเมื่อได้ไปถึงตำบลหลี่วและพบคนสกุลจงหลี่ จึงจะได้เป็นเซียน ข้างหลี่วตงปินเมื่อเป็นจินตกวีก็ได้แต่เสพสุรา แต่งกลอนเอาอย่างกวีสมัยฮ่องเต้หมิงจง ( หลี่ซื่อหมิน )
เมื่อหลี่วตงปินเดินทางไปตำบลหลี่วได้พบกับฮวยหลงจินหยิน จึงฝากตัวเป็นศิษย์เรียนเวทมนตร์สามเดือนก็จบ อาจารย์สอนว่า เวทมนตร์ที่สอนให้นั้นเอาไว้ป้องกันตัวเผื่อมีภัยจนตรอก อย่าเอาไปทดลองความขลัง ถ้าหากพบคนที่มีความทุกข์ยากสาหัสสมควรช่วยเหลือก็จงช่วยเขา หากเห็นว่าไม่สมควรก็ให้วางเฉยเสีย หลี่วตงปินจึงลาอาจารย์กลับไป เมื่อเดินทางมาถึงเมืองไหวเชียงแถบแม่น้ำไหว ชาวบ้านกำลังเดือดร้อนด้วยตัวมังกรยักษ์กำลังแผลงฤทธ์ในน้ำใกล้จวนนายอำเภอ ทำให้เกิดลมน้ำกระฉอกสูงเรือที่สัญจรไปมาได้รีบความเสียหาย ผู้คนต่างพากันเกรงกลัวมังกร และผู้คนยังได้โจทย์ขานกันว่ามังกรแปลงเป็นคนหนุ่มหล่อหลอกลวงหญิงสาวเอาไปกิน ไม่มีใครปราบได้ นายอำเภอจึงประกาศว่าหากใครปราบได้จะได้รับรางวัลอย่างงาม หลี่วตงปินจึงไปอาสาปราบมังกรยักษ์ ด้วยการเสกมีดกั้นหยั่นวิเศษขว้างลงไปในแม่น้ำฆ่ามังกรยักษ์ตาย ชาวบ้านต่างสรรเสริญแล้ววาดรูปหลี่วตงปินไว้บูชา
ต่อมาหลี่วตงปินเดินทางไปเมืองเย่เอี๋ยง ด้วยการปลอมเป็นพ่อค้าขายน้ำมัน ถ้าใครซื้อน้ำมันแล้วไม่ขอแถมก็จะอุปถัมภ์คนนั้น ปรากฏว่าขายไปเป็นปีมีคนขอแถมทั้งสิ้น จนวันหนึ่งมียายแก่คนหนึ่งเอาเปลือกไข่มาซื้อน้ำมันและไม่ขอแถม เขาจึงอุปถัมภ์ครอบครัวนี้ด้วยการเสกน้ำในบ่อให้เป็นสุราเอาไว้ขาย
วันหนึ่งหลี่วตงปินเข้าไปเสพสุราโรงเตี๊ยมของนางซินซื่อทุกวันโดยไม่จ่ายเงิน นางก็ไม่ว่าอะไร เพราะสังเกตเห็นว่าหลี่วตงปินมิใช่คนธรรมดา บ่ายวันหนึ่งหลี่วตงปินบอกให้นางหาเปลือกส้มมาให้เขา แล้วจัดการเอาเปลือกส้มมาเสกวาดรูปนกกระเรียนบนฝาผนังในร้าน เมื่อมีคนมาเสพสุราขอให้เรียกนกออกมาร่ายระบำ เมื่อมีคนมาเข้าร้านนางจึงทดลองเรียกดู ปรากฏว่านกกระเรียนออกมาจากผนังเต้นระบำเป็นที่ชอบอกชอบใจของแขกที่เข้าร้าน แล้วนกก็กลับเข้าไปสถิตในรูปตามเดิม
ครั้นกลับมาถึงบ้าน หลี่วตงปินคิดอยากจะเป็นขุนนาง ด้วยเห็นว่าบรรดาเพื่อนฝูงต่างก็เป็นขุนนางกันทั้งนั้น จึงเข้าไปเมืองหลวงฉางอานสอบไล่ได้ตำแหน่ง จิ้นสือ ซึ่งขณะนั้นอายุได้ห้าสิบปีเศษแล้ว วันหนึ่งขณะที่เสพสุราในร้านแห่งหนึ่งในเมืองฉางอาน ได้พบฮั่นจงหลี่เขียนคำโคลงสามบทบนฝาผนัง ต่างได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและชวนกันไปที่พัก ฮั่นจงหลี่กำลังหุงข้าวอยู่นั้น หลี่วตงปินหลับฝันไปว่าสอบได้จอหงวนมีภรรยาสองคน ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นถึงอัครมหาเสนาบดี จนมีเรื่องต้องถูกถอดยศตำแหน่งถูกริบทรัพย์ บุตรภรรยาหายไปสิ้น ตนถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนทุรกันดารได้รับความลำบากก็ตกใจตื่น ข้างฮั่นจงหลี่จึงเปรยขึ้นว่าตนหุงข้าวยังไม่ทันสุก ฝันเสียเป็นเรื่องเป็นราวสุขทุกข์ปะปนกันไป แล้วจึงพูดว่า การเป็นไปในโลก แม้ประสบแต่ความสุขก็ไม่น่ายินดี หากประสบความทุกข์ก้ไม่น่าเสียใจ
เมื่อหลี่วตงปินกลับถึงบ้านก็หมดอาลัยไม่อยากทำราชการอีกต่อไป ฝ่ายฮั่นจงหลี่เข้าฌานเห็นหลี่ตงปินดังนั้น จึงเหาะมาที่เมืองไห่โจว เพื่อทรมานหลี่วตงปินด้วยปาฏิหาริย์ ๑๐ ประการ คือ ครั้งแรก บันดาลให้คนในบ้านเป็นไข้
ทรพิษตายหมดทั้งบ้าน หลี่ตงปินเห็นว่าพวกเขาหมดอายุแค่นั้น จึงเอาไปจะฝัง แต่ทุกคนก็ฟื้นขึ้นมา ครั้งที่ ๒ หลี่ตงปินคุมพืชผักไปขายที่ตลาด คนซื้อได้ตกลงราคาเรียบร้อย แต่เวลาจ่ายเงินกลับจ่ายเพียงครึ่งเดียว เขาก็ไม่ว่าอะไร ครั้งที่ ๓ วันตรุษจีน หลังจากไปอวยพรบ้านญาติกลับถึงบ้าน เห็นขอทานยืนอยู่ที่ประตู จึงเข้าไปในบ้านเอาอาหารเสื้อผ้ามาให้ แต่ขอทานไม่พอใจแถมด่าว่าคนให้อีก แต่หลี่วตงปินก็ไม่โกรธ ครั้งที่ ๔ เขาเดินทางเที่ยวไปในป่าเห็นเสือกำลังจะกัดแพะ จึงวิ่งเข้าไปขวาง เสือกลับวิ่งหนี ครั้งที่ ๕ เขากำลังอ่านหนังสืออยู่ที่กระท่อมใกล้ทางเดิน มีหญิงสาวสวยงามอายุ ๑๗ ๑๘ ปี บอกว่ากลับจากเยี่ยมญาติ จะกลับบ้านสามีตอนนี้ก็มืดค่ำแล้ว ขอพักที่นี่สักคืน นางยั่วยวนเขาถึงสามคืนก็ไม่บังเกิดผลจึงจากไป ครั้งที่ ๖ เขาไม่อยู่ พวกโจรเข้าบ้านขโมยเข้าของเกือบหมด เขากลับมาเห็นก็ไม่เสียใจ ครั้งที่ ๗ เขาซื้อเครื่องทองเหลืองจากคนหาบของขาย เมื่อเอามาถึงบ้านปรากฏว่าของชิ้นนั้นเป็นทองคำ จึงสืบหาคนขายแล้วเอาไปคืนเจ้าของ ครั้งที่ ๘ เขาพบไต้ซือขายยาตามตลาดบอกว่า ใครซื้อยานี้กินเข้าตายแน่นอน เขาซื้อยาไปกิน ปรากฏว่าแข็งแรงดี ครั้งที่ ๙ เกิดวาตภัย น้ำท่วมบ้านเรือน เขาก็ไม่วิตกทุกข์ร้อน ครั้งที่ ๑๐ เห็นยักษ์หลายตนคุมนักโทษเข้ามาทวงชีวิตเขา เพื่อชดใช้กรรมในชาติก่อน หลี่วตงปินจึงเข้าไปหยิบมีดจะเชือดคอของตน ทันใดนั้นทุกอย่างก็หายไป กลับมีอาจารย์ฮั่นจงหลี่ปรากฏ แล้วชวนกันไปภูเขาสำนักฮั่นจงหลี่ หลี่วตงปินได้ถามถึงเซียนระดับต่างๆ ฮั่นจงหลี่ตอบว่า การบำเพ็ญเพียรของเซียน ในหนึ่งวัน เท่ากับ หนึ่งปี ของโลกมนุษย์
การสำเร็จเป็นเซียนมีขั้นสูงและขั้นต่ำ แล้วแต่ขั้นญาณของแต่ละบุคคล เมื่อได้ขั้นใดก็เป็นเซียนชั้นนั้น ดังนี้
ชั้นที่ ๑ เซียนปีศาจ คือ พวกปีศาจทั้งหลายที่ตั้งหน้าตั้งตาบำเพ็ญเพียรเป็นเวลานาน จนสำเร็จเป็นเซียน
ชั้นที่ ๒ เซียนมนุษย์ คือ พวกมนุษย์ที่บำเพ็ญญาณจนสำเร็จเป็นเซียน
ชั้นที่ ๓ เซียนปฐพี คือ มนุษย์ที่สำเร็จญาณชั้นสูง มีอายุยืนยาว ไม่ป่วยไข้ ไม่แก่เฒ่า
ชั้นที่ ๔ เซียนเทพารักษ์ คือ เซียนปฐพี ที่สำเร็จญาณในหน้าที่ จนมีแต่วิญญาณ ไม่มีรูปร่าง
ชั้นที่ ๕ เซียนสวรรค์ เป็นเซียนชั้นสูงสุด ได้แก่ เซียนปีศาจ เซียนมนุษย์ เซียนปฐพี เซียนเทพารักษ์ ที่สามารถสำเร็จญาณชั้นสูงสุด แล้วจะเป็นเซียนสวรรค์
หลี่วตงปินท่องเที่ยวไปยังเมืองฉางอาน พบนางโบตั๋น เป็นนางบำเรอ หลี่วตงปินจึงแปลงกายเป็นหนุ่มน้อยเสพสุขกับนางหลายวัน เกิดเกรงใจอาจารย์กลัวอาจารย์จะว่ายังลุ่มหลงเมามัวในกามจึงลานางไป ข้างอาจารย์แปลงร่างลงมาบอกความลับให้นางโบตั๋น เมื่อเขาย้อนกลับมาหานางอีกเสพสังวาสกับนาง นางจึงจี้รักแร้ หลี่วตงปินจึงหมดกำลัง นางจึงรู้ความจริง จากนั้นหลี่วตงปินย้อนกลับที่โรงเตี๊ยมของนางซินซื่อ ที่เสกนกกระเรียนกายสิทธิ์ให้เรียกลูกค้าจนนางมีฐานะร่ำรวย ซึ่งเขาได้ชดใช้ค่าค้างจ่ายเสพสุราอาหารเมื่อครั้งก่อนจนหมดแล้ว จึงเรียกนกกระเรียนออกมาขี่ไปถึงทะเลสาบท่งเถง พบเซียนและอาจารย์ต่างชวนกันไปเฝ้าไท่ซังเล่าจุนอาจารย์ใหญ่ที่เขาหัวซาน เพื่อรับการแต่งตั้งหลี่วตงปินเป็นเซียนองค์ที่ ๓
โป๊ยเซียนเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภและความร่ำรวย หลี่วตงปินเป็นเซียนแห่งธุรกิจการค้าอุตสาหกรรม ปัญญาชน จินตกวี
: สมบูรณ์ แก่นตะเคียน ๕ มกราคม ๒๕๕๐
Title : Lu Dong-Bin : One of the Eight Immortals.
: Somboon Kantakian
|
|
|
|
|